29 กันยายน 2563

ทำอย่างไร จะได้รับตราสัญลักษณ์ T Mark

ตราสัญลักษณ์ T Mark อาวุธชิ้นสำคัญของผู้ประกอบการส่งออก

เป็นดั่งสปริงบอร์ดสำหรับผู้ประกอบการไทยรายย่อยและรายใหม่ที่มีสินค้าคุณภาพ ได้มาตรฐานแต่ยังไม่เป็นที่รู้จัก เชื่อมโยงโอกาสในการดำเนินธุรกิจ ภายใต้การบริหารด้วยเกณฑ์มาตรฐานระดับสากล ทำให้บริษัท สามารถเติบโตอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะการส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ หนึ่งความเห็นจากคุณณัฐวุฒิ เผ่าปรีชา กรรมการผู้จัดการ บริษัท โจ-ลี่ แฟมิลี่ จำกัด หรือหนึ่งหน่วยงานจากอุตสาหกรรมอาหารของไทยที่ได้รับและเข้าร่วมโครงการ T Mark

 

 

Thailand Trust Mark หรือ T Mark คือ ตราสัญลักษณ์รับรองคุณภาพมาตรฐาน ที่สร้างความน่าเชื่อถือสำหรับสินค้าและบริการของไทย ภายใต้แนวคิด “Trusted Quality” ที่การันตีคุณภาพสินค้าไทยที่ทั่วโลกไว้วางใจในทุกด้าน ได้แก่ 

1.คุณภาพสินค้าและบริการที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากล (International Standard)

2.คุณภาพเรื่องมาตรฐานแรงงานไทย (Fair Labour)

3.คุณภาพเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคม (Social Responsibility)

4.คุณภาพในการผลิตที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม (Environmental Concern) 

5. Heartmade Quality ผลิตด้วยความใส่ใจ ตั้งใจ เพื่อให้ได้คุณภาพที่เป็นเลิศ

ปัจจุบันตราสัญลักษณ์ T Mark รับรองบริษัทที่ผลิตสินค้าและบริการของไทยใน 8 กลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่

1. อุตสาหกรรมอาหารและเกษตร 2. อุตสาหกรรมหนัก 3. อุตสาหกรรมไลฟ์สไตล์ 4. อุตสาหกรรมแฟชั่น 5. อุตสาหกรรมอื่น ๆ

6. ธุรกิจรักษาพยาบาล 7. ธุรกิจส่งเสริมสุขภาพและ8. ธุรกิจบริการการศึกษา นานาชาติ

การสมัครขอรับตราสัญลักษณ์ T Mark

สำหรับคุณสมบัติของบริษัทที่ต้องการสมัครขอรับตราสัญลักษณ์ T Mark มีดังนี้

1. เป็นนิติบุคคลที่ขึ้นทะเบียนเป็นสมาชิกผู้ส่งออก 4 ประเภท ได้แก่

Exporter List (EL), Pre-Exporter (Pre-EL), Trading Company (TDC), Pre Trading Company (Pre-TDC) หากสนใจสมัคร สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 1169 สายด่วนกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ

2. การรับรองมาตรฐานในประเทศ และ/หรือ มาตรฐานสากลต่างประเทศ โดยมีเงื่อนไขดังนี้

2.1 สำหรับสินค้าและบริการที่มีมาตรฐานกำหนด ผู้สมัครจะต้องได้รับการรับรองมาตรฐานในประเทศ และ/หรือ มาตรฐานสากลต่างประเทศ

2.2 สำหรับกลุ่มอัญมณีและเครื่องประดับ ผู้สมัครจะต้องได้รับการรับรองมาตรฐาน Buy with confidence (BWC)
จากสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (GIT)

2.3 สำหรับบางกลุ่มสินค้าที่ไม่มีมาตรฐานตามข้อกำหนด เช่น สินค้าแฟชั่น (เสื้อผ้า/เครื่องหนัง/เครื่องประดับเทียม) สินค้าของตกแต่งบ้าน ผู้สมัครสามารถยื่นเอกสารประกอบ คือหนังสือรับรองจากลูกค้า/ผู้นำเข้า ที่มีความน่าเชื่อถือหนังสือรับรองจากสมาคมต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยระบุว่าสินค้าของผู้สมัคร เป็นสินค้าที่มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในประเทศนั้น

3. สินค้าและบริการที่มีแหล่งกำเนิดในประเทศ โดยมีเงื่อนไขดังนี้

3.1 เป็นสินค้าและบริการที่มีแหล่งกำเนิดในประเทศ (เป็นสินค้าที่ผลิตในประเทศไทย/มีโรงงานในประเทศไทย) หรือ

3.2 เป็นสินค้าที่นำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ เพื่อใช้ในการผลิตในประเทศไทย และ/หรือ สร้างมูลค่าเพิ่ม/สร้างแบรนด์เพื่อการส่งออก

4. การรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) โดยผู้สมัครจะต้องได้รับการรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรมสีเขียว ระดับที่ 2 ปฏิบัติการสีเขียว เป็นอย่างน้อย จากกระทรวงอุตสาหกรรมหรือได้รับมาตรฐานระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม (ISO14001)

5. การรับรองมาตรฐานแรงงานไทย (มรท.8001 - 2553) โดยผู้สมัครจะต้องได้รับการรับรองมาตรฐานแรงงานไทย ระดับพื้นฐาน เป็นอย่างน้อย จากกระทรวงแรงงาน

6. การดำเนินงานที่คำถึงถึงผลกระทบต่อสังคม โดยผู้สมัครจะต้องกรอกแบบฟอร์มประเมินตนเองด้านการดำเนินงานที่คำถึงถึงผลกระทบต่อสังคม ตามหลักเกณฑ์ CSR-DIW โดยจะต้องมีการดำเนินงานตามหลักปฏิบัติของ CSR-DIW ของกระทรวงอุตสาหกรรม ไม่น้อยกว่า 4 ข้อ (จาก 7 ข้อ)

7. ด้านมูลค่าการค้า โดยผู้สมัครจะต้องกรอกข้อมูล มูลค่าการส่งออก 3 ปีย้อนหลัง เฉลี่ยต่อปี ไม่น้อยกว่า 5 ล้านบาท หรือ มูลค่าการขายในประเทศ 3 ปีย้อนหลัง เฉลี่ยต่อปี ไม่น้อยกว่า 5 ล้านบาท ทั้งนี้ มีเงื่อนไขการใช้ตราสัญลักษณ์ T Mark ตามรายละเอียดด้านล่าง

หลังจากเตรียมเอกสารตามด้านบนแล้ว สามารถเข้าไปกรอกข้อมูลเบื้องต้นทาง  http://www.thailandtrustmark.com/apply

หากผู้ประกอบการท่านใดสนใจที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการติดตราสัญลักษณ์  T Mark สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thailandtrustmark.com/uploads/file/temp-TTM2015-application3-r.pdf เตรียมตัวให้พร้อมแล้วมาติดปีกให้ธุรกิจของคุณให้ก้าวไกลสู่ตลาดสากลไปด้วยกัน