QUALIFICATION

คุณสมบัติสำหรับบริษัทฯ ที่ต้องการสมัครสมาชิกตราสัญลักษณ์คุณภาพไทยแลนด์มีดังนี้

1. เป็นนิติบุคคลที่ขึ้นทะเบียนเป็นสมาชิกผู้ส่งออก 4 ประเภท ได้แก่

2. การรับรองมาตรฐานในประเทศ และ/หรือ มาตรฐานสากลต่างประเทศ โดยมีเงื่อนไขดังนี้

  • 2.1 สำหรับสินค้าและบริการที่มีมาตรฐานกำหนด ผู้สมัครจะต้องได้รับการรับรองมาตรฐานในประเทศ และ/หรือ มาตรฐานสากลต่างประเทศ
  • 2.2 สำหรับกลุ่มอัญมณีและเครื่องประดับ ผู้สมัครจะต้องได้รับการรับรองมาตรฐาน Buy with confidence (BWC) จากสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (GIT)
  • 2.3 สำหรับบางกลุ่มสินค้าที่ไม่มีมาตรฐานตามข้อกำหนด เช่น สินค้าแฟชั่น (เสื้อผ้า/เครื่องหนัง/เครื่องประดับเทียม) สินค้าของตกแต่งบ้าน ผู้สมัครสามารถยื่นเอกสารประกอบ คือ
    • หนังสือรับรองจากลูกค้า/ผู้นำเข้า ที่มีความน่าเชื่อถือ
    • หนังสือรับรองจากสมาคมต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยระบุว่าสินค้าของผู้สมัคร เป็นสินค้าที่มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในประเทศนั้น

3. สินค้าและบริการที่มีแหล่งกำเนิดในประเทศ โดยมีเงื่อนไขดังนี้

  • 3.1 เป็นสินค้าและบริการที่มีแหล่งกำเนิดในประเทศ (เป็นสินค้าที่ผลิตในประเทศไทย/มีโรงงานในประเทศไทย) หรือ
  • 3.2 เป็นสินค้าที่นำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ เพื่อใช้ในการผลิตในประเทศไทย และ/หรือ สร้างมูลค่าเพิ่ม/สร้างแบรนด์เพื่อการส่งออก

4. การรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) โดยผู้สมัครจะต้องได้รับการรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรมสีเขียว ระดับที่ 2 ปฏิบัติการสีเขียว เป็นอย่างน้อย จากกระทรวงอุตสาหกรรม หรือได้รับมาตรฐานระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม (ISO14001) รายละเอียด

5. การรับรองมาตรฐานแรงงานไทย (มรท.8001 - 2553) โดยผู้สมัครจะต้องได้รับการรับรองมาตรฐานแรงงานไทย ระดับพื้นฐาน เป็นอย่างน้อย จากกระทรวงแรงงาน  รายละเอียด

6. การดำเนินงานที่คำถึงถึงผลกระทบต่อสังคม โดยผู้สมัครจะต้องกรอกแบบฟอร์มประเมินตนเองด้านการดำเนินงานที่คำถึงถึงผลกระทบต่อสังคม ตามหลักเกณฑ์ CSR-DIW โดยจะต้องมีการดำเนินงานตามหลักปฏิบัติของ CSR-DIW ของกระทรวงอุตสาหกรรม ไม่น้อยกว่า 4 ข้อ (จาก 7 ข้อ)

7. ด้านมูลค่าการค้า โดยผู้สมัครจะต้องกรอกข้อมูล มูลค่าการส่งออก 3 ปีย้อนหลัง เฉลี่ยต่อปี ไม่น้อยกว่า 5 ล้านบาท หรือ มูลค่าการขายในประเทศ 3 ปีย้อนหลัง เฉลี่ยต่อปี ไม่น้อยกว่า 5 ล้านบาท

การยื่นเอกสารผ่านระบบออนไลน์
หลังจากที่ท่านได้สร้างบัญชีสำหรับกรอกข้อมูลสมัครขอรับตรา Tmark แล้ว ขั้นตอนต่อมาคือ Log In เข้าสู่ระบบเว็บไซต์โดยการกรอก e-mail และ password ที่ท่านได้ทำการสมัครไว้หลังจากนั้นระบบจะพาท่านเข้าสู่หน้า กรอกข้อมูล (My Application) ซึ่งมาทั้งหมด 3 ส่วนได้แก่

(1) Company profile

หมายเลขนิติบุคคล
หมายเลขสมาชิกกรม
ข้อมูลทั่วไปของบริษัท

(2) Factory Information

ข้อมูลโรงงาน
แผนที่ตั้งโรงงาน

(3) Brand & Trade Mark

แบรนด์สินค้า

(4) Export Information

ข้อมูลการส่งออก 3 ปีย้อนหลัง
ประเทศที่ส่งออก 5 อันดับแรก

(5) Information & Standard

เลือกอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับบริษัทท่าน จาก 8 อุตสาหกรรม ดังนี้

TRUSTED GLOBAL STANDARD BY INDUSTRY

กลุ่มอุตสาหกรรมหนัก

สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเลคทรอนิกส์ สินค้ายานยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ สินค้าวัสดุก่อสร้าง สินค้าเม็ดพลาสติก สินค้าเครื่องจักรกลและส่วนประกอบและผลิตภัณฑ์พลาสติก

กลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร

สินค้าเกษตร สินค้าผักผลไม้สดและแปรรูป สินค้าอาหารทะเลสดและแปรรูป สินค้าปศุสัตว์

กลุ่มอุตสาหกรรมไลฟ์สไตล์

สินค้าเฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน สินค้าเครื่อง ใช้บนโต๊ะอาหารและในครัว สินค้าของเล่น สินค้าของขวัญของชำร่วยและของตกแต่ง...

กลุ่มอุตสากรรมแฟชั่น

สินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ สินค้าเครื่องหนังและรองเท้า สินค้าแฟชั่นเสื้อผ้าและสิ่งทอ

ธุรกิจบริการรักษาพยาบาล
(โรงพยาบาล/คลนิก)

บริการโรงพยาบาล คลินิก

ธุรกิจบริการส่งเสริมสุขภาพ (สปา)

สปาและบริการนวดแผนไทย บริการเสริมความงาม บริการด้านสุขภาพ

ธุรกิจบริการการศึกษานานาชาติ

สินค้าเฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน สินค้าเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารและในครัว สินค้าของเล่น สินค้าของขวัญของชำร่วยและของตกแต่งบ้าน เคหะสิ่งทอ สินค้าเครื่องเขียน ของใช้บนโต๊ะทำงาน

กลุ่มอุตสาหกรรมอื่น ๆ

สินค้าเครื่องมือแพทย์ สินค้าผลิตภัณฑ์ เภสัชกรรม สินค้าเครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์สปา

(6) Information & Standard

แนบรูปสินค้า/บริการของทางบริษัท พร้อมระบุข้อมูลสินค้า/บริการ อย่างน้อย 3 รูป

ทั้งนี้ การกรอกข้อมูลทุกหน้าต้องทำการบันทึก (Save) ก่อนเข้าสู่หน้าถัดไป และหน้าสุดท้าย (Product & service) ผู้กรอกข้อมูลต้อง

คลิกยอมรับเงื่อนไขและข้อตกลงในการสมัคร Thailand Trust Mark
คลิกรับทราบการให้ข้อมูลข่าวสารตามแนวทางการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 และพร้อมลงชื่อยืนยันส่งข้อมูลให้คณะกรรมการพิจารณาฯ

TMARK BENEFIT

Icon Eligbility

1 ได้รับการประชาสัมพันธ์ผ่านตราสัญลักษณ์ TMARK ก่อให้เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการ

Icon Eligibility

2 โอกาสในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์หน่วยงานและสินค้าผ่านสื่อต่างๆ ของกรมฯ

Icon Eligibility

3 ได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษในการเข้าร่วมกิจกรรมของกรมฯ ทั้งกิจกรรมในประเทศและต่างประเทศ เช่น งานแสดงสินค้าคณะผู้แทนการค้า ฯลฯ

Icon Eligibility

4 โอกาสในการเข้าร่วมโครงการเครือข่ายกระจายสินค้า/โครงการพันธมิตรคู่กระจายสินค้าในต่างประเทศ

Icon Eligibility

5 ลดปัญหาการถูกกดราคา ต่อราคา และปัญหาย้ายฐานการสั่งซื้อสินค้า ช่วยเพิ่มอำนาจต่อรองกับช่องทางจัดจำหน่าย ไม่ถูกกำหนดโดยผู้ซื้อเพียงผู้เดียว

ถาม - ตอบ

โครงการตราสัญลักษณ์ Thailand Trust Mark (T Mark) คืออะไร

Thailand Trust Mark คือ เครื่องมือทางการตลาด เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ซื้อชาวต่างชาติในการตัดสินใจซื้อสินค้า ตลอดจนเสริมความเชื่อมั่นของคู่ค้า ชาวต่างชาติในการทำการค้ากับผู้ประกอบการไทยที่ได้รับเครื่องหมาย Thailand Trust Mark อีกทั้งเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ที่ดีของสินค้าและประเทศไทยว่า “เป็นแหล่งผลิตสินค้าและบริการที่มีคุณภาพที่ทั่วโลกไว้วางใจ” ซึ่งมีส่วนช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับสินค้าและบริการของไทยในตลาดโลก
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศเป็นผู้พิจารณามอบตราสัญลักษณ์ Thailand Trust Mark ให้กับผู้ส่งออกสินค้าและบริการที่มีคุณสมบัติในด้านคุณภาพมาตรฐานสากล ซึ่งได้ปรับปรุงมาจากคุณสมบัติของผู้ได้รับตรา Thailand’s Brand ตราสัญลักษณ์ T Mark จะช่วยรับรองคุณภาพให้กับสินค้าและบริการของไทย รวมทั้งเสริมสร้างภาพลักษณ์ ของประเทศในฐานะแหล่งกำเนิดสินค้าที่เชื่อถือได้ ซึ่งนับเป็นเรื่องสำคัญเมื่อคำนึงถึงปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ในด้านการค้าและความจำเป็นที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงให้สอดรับกับสถานการณ์ของตลาดโลกในปัจจุบันซึ่งมีการแข่งขันสูง ทั้งนี้ผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าซึ่งมีตราสัญลักษณ์ T Mark กำกับและผู้ค้าชาวต่างชาติที่ต้องการ ร่วมเป็นพันธมิตรธุรกิจกับผู้ประกอบการไทยซึ่งได้รับการรับรองจาก T Mark

โครงการตราสัญลักษณ์ T Mark ก่อตั้งเมื่อไหร่

โครงการตราสัญลักษณ์ T Mark เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2555 เนื่องจากกระทรวงพาณิชย์ได้กำหนดนโยบายในการขยายตลาดสินค้าและบริการของไทยทั้งในตลาดอาเซียนและตลาดโลก กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ จึงได้วางแผนยุทธศาสตร์ด้านการขับเคลื่อนการค้าระหว่างประเทศ มุ่งเน้นสร้างความเชื่อมั่นและความน่าเชื่อถือให้กับสินค้าและบริการของไทยมากขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการเป็นฐานการผลิตและการค้าตลาดเดียวของกลุ่มประเทศสมาชิกในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ที่จะมีขึ้นในปี 2558 โดยหลังจากศึกษาวิจัยความคาดหวังของผู้บริโภคในปัจจุบันแล้ว จึงเล็งเห็นความจำเป็นที่จะต้องมีการปรับปรุงตราสัญลักษณ์สินค้าไทย (Thailand's Brand) เป็นตราสัญลักษณ์ Thailand Trust Mark
การสื่อสารภาพลักษณ์ใหม่จะเน้นตอกย้ำจุดแข็งและสร้างความโดดเด่นในเอกลักษณ์ (Brand Identity) ของสินค้าไทยมากขึ้น นอกเหนือจากการเป็นแหล่งผลิตสินค้าที่หลากหลายแล้ว ตอนนี้ จึงเป็นเรื่องของความเชื่อมั่น โดยกำหนด Brand Positioning ของตราสัญลักษณ์คุณภาพไทยแลนด์ คือ “Trusted Quality” คุณภาพที่ทั่วโลกมั่นใจได้ของสินค้าไทย ซึ่งเกิดจากความเข้มแข็งของภาคการผลิต คุณสมบัติที่แตกต่างและความพร้อมของหลากหลายปัจจัยของอุตสาหกรรมไทย พร้อมทั้งสื่อสารเน้นภาพลักษณ์อันแข็งแกร่งของแต่ละภาคอุตสาหกรรม ซึ่งจะเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมในภาพรวมและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อประเทศ

ตราสัญลักษณ์ T Mark ต่างกับตรา Thailand’s Brand อย่างไร

ตราสัญลักษณ์สินค้าไทย (Thailand's Brand) เป็นตราสัญลักษณ์ที่ช่วยสนับสนุนการส่งออกสินค้าไทย รับรองคุณภาพสินค้า ช่วยยกระดับสินค้าและบริการไทยให้ให้ดูน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น และบอกให้ทราบว่าเป็นสินค้าจากประเทศไทย โดยผลักดันภาคเอกชนให้ติดตรา Thailand's Brand ควบคู่กับตราสินค้าของตนเองบนบรรจุภัณฑ์
ภายหลังจากที่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศได้ศึกษาวิจัยความคาดหวังของผู้บริโภคในปัจจุบัน พบว่ามีแนวโน้มต้องการสินค้าที่มีคุณภาพและเชื่อถือได้ จึงเล็งเห็นความจำเป็นที่จะต้องมีการปรับการสื่อสารภาพลักษณ์ใหม่ให้สอดคล้องกับความต้องการในตลาดโลก โดยการปรับเปลี่ยนตราสัญลักษณ์สินค้าไทย (Thailand's Brand) เป็นตราสัญลักษณ์คุณภาพไทยแลนด์ (Thailand Trust Mark : T Mark) ตามยุทธศาสตร์ด้านการขับเคลื่อนการค้าระหว่างประเทศปี 2555 เพื่อตอกย้ำจุดแข็งและสร้างความโดดเด่นในเอกลักษณ์ (Brand Identity) ของสินค้าไทย นอกเหนือจากการเป็นแหล่งผลิตสินค้าที่หลากหลาย นั่นคือ “Trusted Quality คุณภาพที่ทั่วโลกมั่นใจได้” ซึ่งเกิดจากความเข้มแข็งของภาคการผลิต คุณสมบัติที่แตกต่าง และความพร้อมของหลากหลายปัจจัยทางภาคอุตสาหกรรมไทย นำไปสู่การยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมในภาพรวมและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อประเทศ

คุณสมบัติของผู้สมัครตราสัญลักษณ์ Thailand Trust Mark มีอะไรบ้าง

  1. เป็นนิติบุคคลที่ขึ้นทะเบียนเป็นสมาชิกผู้ส่งออก 4 ประเภท ได้แก่ Exporter List (EL), Pre-Exporter (Pre-EL), Trading Company (TDC), Pre Trading Company (Pre-TDC )
  2. การรับรองมาตรฐานในประเทศ และ/หรือ มาตรฐานสากลต่างประเทศ โดยมีเงื่อนไขดังนี้
    • สำหรับสินค้าและบริการที่มีมาตรฐานกำหนด ผู้สมัครจะต้องได้รับการรับรองมาตรฐานในประเทศ และ/หรือ มาตรฐานสากลต่างประเทศ
    • สำหรับกลุ่มอัญมณีและเครื่องประดับ ผู้สมัครจะต้องได้รับการรับรองมาตรฐาน Buy with confidence (BWC) จากสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (GIT)
    • สำหรับบางกลุ่มสินค้าที่ไม่มีมาตรฐานตามข้อกำหนด เช่น สินค้าแฟชั่น (เสื้อผ้า/เครื่องหนัง/เครื่องประดับเทียม) สินค้าของตกแต่งบ้าน ผู้สมัครสามารถยื่นเอกสารประกอบ คือ
      - หนังสือรับรองจากลูกค้า/ผู้นำเข้า ที่มีความน่าเชื่อถือ
      - หนังสือรับรองจากสมาคมต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยระบุว่าสินค้าของผู้สมัคร เป็นสินค้าที่มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในประเทศนั้น
  3. สินค้าและบริการที่มีแหล่งกำเนิดในประเทศ โดยมีเงื่อนไขดังนี้
    • เป็นสินค้าและบริการที่มีแหล่งกำเนิดในประเทศ (เป็นสินค้าที่ผลิตในประเทศไทย/มีโรงงานในประเทศไทย) หรือ
    • เป็นสินค้าที่นำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ เพื่อใช้ในการผลิตในประเทศไทย และ/หรือ สร้างมูลค่าเพิ่ม/สร้างแบรนด์เพื่อการส่งออก หรือ
  4. การรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) โดยผู้สมัครจะต้องได้รับการรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรมสีเขียว ระดับที่ 2 ปฏิบัติการสีเขียว เป็นอย่างน้อย จากกระทรวงอุตสาหกรรม 
  5. การรับรองมาตรฐานแรงงานไทย (มรท.8001 - 2553) โดยผู้สมัครจะต้องได้รับการรับรองมาตรฐานแรงงานไทย ระดับพื้นฐาน เป็นอย่างน้อย จากกระทรวงแรงงาน 
  6. การดำเนินงานที่คำถึงถึงผลกระทบต่อสังคม โดยผู้สมัครจะต้องกรอกแบบฟอร์มประเมินตนเองด้านการดำเนินงานที่คำถึงถึงผลกระทบต่อสังคม ตามหลักเกณฑ์ CSR-DIW โดยจะต้องมีการดำเนินงานตามหลักปฏิบัติของ CSR-DIW ของกระทรวงอุตสาหกรรม ไม่น้อยกว่า 4 ข้อ (จาก 7 ข้อ)
  7. ด้านมูลค่าการค้า โดยผู้สมัครจะต้องกรอกข้อมูล มูลค่าการส่งออก 3 ปีย้อนหลัง เฉลี่ยต่อปี ไม่น้อยกว่า 5 ล้านบาท หรือ มูลค่าการขายในประเทศ 3 ปีย้อนหลัง ไม่น้อยกว่า 5 ล้านบาท

สิทธิประโยชน์ของผู้ได้ตรา T Mark

สิทธิประโยชน์ของผู้ได้ตรา T Mark ในปี 2555 – 2556 ประกอบด้วย
  • 1. การเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการส่งออกทั้งในและต่างประเทศ
    • 1.1 งานแสดงสินค้าในประเทศ :
      • ได้รับการพิจารณาจัดสรรตำแหน่งคูหาเป็นพิเศษ
      • ได้รับการประชาสัมพันธ์ในงานแสดงสินค้าอาทิ การจัดทำ Directory Board การจัดทำ Showcase สำหรับผู้ที่ได้รับตรา T Mark
    • 1.2 งานแสดงสินค้าในต่างประเทศและคณะผู้แทนการค้าเยือนต่างประเทศ :
      • ได้รับส่วนลดค่าใช้จ่ายสมทบการเข้าร่วมโครงการร้อยละ 50
      • ได้รับการประชาสัมพันธ์ในงานแสดงสินค้า อาทิ การจัดทำ Directory Board หรือ Showcase สำหรับผู้ที่ได้รับตรา T Mark ในส่วนคูหาประชาสัมพันธ์ของกรม
    • 1.3 งานแสดงสินค้า Thailand Trade Exhibition :
      • ได้รับส่วนลดค่าใช้จ่ายสมทบการเข้าร่วมโครงการ ร้อยละ 50
      • ได้รับการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ของบริษัท ในส่วนคูหาประชาสัมพันธ์ของกรม
      • ได้รับการพิจารณาจัดสรรตำแหน่งคูหาเป็นพิเศษ
    • 1.4 ได้รับการพิจารณาเข้าร่วมการจัดกิจกรรมต่างๆ เป็นลำดับแรก อาทิ
      • การจัด In-store Promotion ร่วมกับห้างสรรพสินค้าในต่างประเทศ
      • คณะผู้แทนการค้าระดับสูงเยือนต่างประเทศ (Goodwill Mission)
      • การส่งเสริมผู้ประกอบการไทยไปดำเนินธุรกิจในต่างประเทศ
  • 2. การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพการส่งออก จะได้รับการสนับสนุนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้ส่งออก เช่น การพัฒนาความรู้ด้านการตลาดยุคใหม่ การสร้างแบรนด์ การควบคุมคุณภาพ/จัดการด้านสิ่งแวดล้อม/ ในรูปแบบการเข้าร่วมสัมมนา การฝึกอบรมเชิงลึก โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สิทธิประโยชน์ในปีนี้ อยู่ระหว่างการขออนุมัติจากกรมฯ

สินค้าประเภทใดบ้างที่สามารถสมัครขอใช้ตรา T Mark

ประเภทของสินค้าและบริการที่สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการ ประกอบด้วย
  • 1) ประเภทสินค้า
    กลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร : สินค้าเกษตร สินค้าผักผลไม้สดและแปรรูป สินค้าอาหารทะเลสดและแปรรูป สินค้าปศุสัตว์
    กลุ่มอุตสาหกรรมหนัก : สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเลคทรอนิกส์ สินค้ายานยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ สินค้าวัสดุก่อสร้าง สินค้าเม็ดพลาสติก สินค้าเครื่องจักรกลและส่วนประกอบและผลิตภัณฑ์พลาสติก
    กลุ่มอุตสาหกรรมไลฟสไตล์ : สินค้าเฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน สินค้าเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารและในครัว สินค้าของเล่น สินค้าของขวัญของชำร่วยและของตกแต่งบ้าน เคหะสิ่งทอ สินค้าเครื่องเขียน ของใช้บนโต๊ะทำงาน
    กลุ่มอุตสากรรมแฟชั่น : สินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ สินค้าเครื่องหนังและรองเท้า สินค้าแฟชั่นเสื้อผ้าและสิ่งทอ
    กลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ : สินค้าเครื่องมือแพทย์ สินค้าผลิตภัณฑ์เภสัชกรรม สินค้าเครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์สปา
  • 2) ประเภทธุรกิจบริการ ธุรกิจบริการรักษาพยาบาล (โรงพยาบาล/คลินิก) ธุรกิจบริการส่งเสริมสุขภาพ (สปา) ธุรกิจบริการการศึกษานานาชาติ

หากไม่มีการรับรองมาตรฐาน ISO การรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ในระดับประเทศ หรือการรับรองระดับมาตรฐานสากล สามารถใช้คุณสมบัติใดมาทดแทนได้บ้าง

สำหรับบางกลุ่มสินค้าที่ไม่มีมาตรฐานตามข้อกำหนด ผู้สมัครขอใช้ตรา T Mark สามารถขอหนังสือรับรองจากผู้นำเข้า โดยระบุว่าสินค้าของผู้สมัคร เป็นสินค้าที่มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในประเทศนั้น และหนังสือรับรองจากสมาคมต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

อายุการใช้งานของตรา T Mark กี่ปี ต้องมีการต่ออายุทุกๆ กี่ปี

ตราสัญลักษณ์ T Mark จะมีอายุการใช้งาน 3 ปี นับจากวันที่ได้รับการอนุมัติให้ใช้ตราสัญลักษณ์

ถ้าบริษัทให้โรงงานหรือบริษัทอื่นเป็นผู้ผลิตสินค้า สามารถสมัครขอใช้ตรา T Mark ได้หรือไม่

สามารถสมัครได้โดยบริษัทจะต้องแนบเอกสารของโรงงานหรือบริษัทที่จ้างผลิตสินค้าประกอบการสมัครเข้าร่วมโครงการด้วย

เมื่อสมัครโครงการตราสัญลักษณ์ T Mark แล้วจะมีการเข้าไปตรวจสอบที่โรงงานทุกโรงงานหรือไม่

ไม่มีการตรวจโรงงาน แต่ตรวจสอบจากเอกสารด้านมาตรฐานสินค้าของโรงงานที่บริษัทใช้ประกอบการสมัครเข้าร่วมโครงการ

ตราสัญลักษณ์ T Mark สามารถประทับไว้ที่ใดได้บ้าง

สามารถนำตราสัญลักษณ์ T Mark ไปติดได้บนฉลากสินค้า แผ่นพับ เอกสารเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ หรือนามบัตรของบริษัทได้

สิทธิประโยชน์จะมีการเปลี่ยนแปลงอีกหรือไม่

สิทธิประโยชน์จะมีการเปลี่ยนแปลงทุกปีตามนโยบายของกรมฯ

กรมมีการประชาสัมพันธ์บริษัทที่ได้รับตรา T Mark ในต่างประเทศอย่างไร

กรมมีแผนประชาสัมพันธ์ตรา T Mark ในต่างประเทศ (เน้นตลาดอาเซียน/เอเชียแปซิฟิก)
- สื่อโทรทัศน์ สื่อสิ่งพิมพ์ อาทิ ลงโฆษณาในนิตยสารระดับสากลด้านธุรกิจ ลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์ ลงโฆษณาใน In-flight Magazine
- สื่อนอกบ้าน โดยลงโฆษณาในสื่อนอกบ้านที่เหมาะสมในแต่ละภูมิภาค อาทิ บิลบอร์ดในสนามบิน บิลบอร์ดใหญ่ในเมืองต่างๆ ป้ายสื่ออิเลคทรอนิคส์

เงื่อนไขการติดตราสัญลักษณ์ T Mark บนผลิตภัณฑ์และสื่อต่างๆ ของบริษัทที่ได้รับตราสัญลักษณ์ T Mark มีอะไรบ้าง ?

เมื่อผ่านการพิจารณาได้รับตราสัญลักษณ์ Thailand Trust Mark แล้ว ผู้ประกอบการสามารถนำตราสัญลักษณ์มาติดบนผลิตภัณฑ์และสื่อต่าง ๆ ตามข้อมูลแนวทางการใช้ตราสัญลักษณ์ T Mark ดังนี้
  • กรณีบริษัทมีโรงงานเป็นของตัวเอง จำนวน 1 โรงงาน
    - กำหนดให้บริษัทสมัครขอใช้ตราสัญลักษณ์ T Mark
    - หากบริษัทผ่านการพิจารณาขอใช้ตราสัญลักษณ์ T Mark ตราฯ นี้จะสามารถใช้ได้กับสินค้าทั้งหมดภายใต้ชื่อบริษัทนี้
  • กรณีบริษัทมีโรงงานผลิตสินค้าของตัวเอง มากกว่า 1 โรงงาน (ประสงค์ขอใช้ตราสัญลักษณ์ T Mark กับสินค้าทุกรายการที่ผลิตภายใต้ทุกโรงงานของบริษัท)
    - กำหนดให้บริษัทสมัครขอใช้ตราสัญลักษณ์ T Mark ในนามของบริษัท
    - ขอการรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรมสีเขียว และมาตรฐานแรงงานไทยของโรงงานทุกแห่ง หากบริษัทผ่านการพิจารณาขอใช้ตราสัญลักษณ์ T Mark ตราฯ นี้จะสามารถใช้ได้กับสินค้าทุกรายการที่ผลิตภายใต้โรงงานที่ขอตราฯ T mark
  • กรณีบริษัทมีโรงงานผลิตสินค้าของตนเอง มากกว่า 1 โรงงาน โดยประสงค์จะขอใช้ตราสัญลักษณ์ กับสินค้าบางประเภทเท่านั้น
    - กำหนดให้บริษัทสามารถขอการรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรมสีเขียวและมาตรฐานแรงงานไทย ของโรงงานที่มีเกี่ยวข้องกับประเภทกิจการเดียวกันกับสินค้าที่ขอใช้ตราสัญลักษณ์ T Mark
    - หากบริษัทผ่านการพิจารณาขอใช้ตราสัญลักษณ์ T Mark ตราฯ นี้จะสามารถใช้ได้กับสินค้ารายการที่ผลิตภายใต้โรงงานที่ขอตราฯ T mark
  • กรณีบริษัทไม่มีโรงงานผลิตสินค้าของตนเอง โดยได้ว่าจ้างโรงงานอื่นที่รับจ้างผลิต (OEM) โรงงานเดียวหรือหลายโรงงาน และมีความประสงค์จะขอใช้ตราสัญลักษณ์ T Mark กับสินค้า/แบรนด์ของตนเอง
    - กำหนดให้บริษัทยื่นเอกสารการรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรมสีเขียว และ มาตรฐานแรงงานไทย ของโรงงานรับจ้างผลิต (OEM) ที่เกี่ยวข้องกับประเภทกิจการเดียวกันกับสินค้าที่ขอใช้ตราสัญลักษณ์ T Mark ทุกโรงงาน
    - หากบริษัทผ่านการพิจารณาขอรับตราสัญลักษณ์ T Mark บริษัทสามารถใช้ตราสัญลักษณ์ T Mark ได้ เฉพาะสินค้า/แบรนด์ของตนเองในนามบริษัท