WEBBOARD FOR TMARK MEMBER

ซื้อขาย

0 ดูทั้งหมด

สารพันความรู้

18 ดูทั้งหมด

กูรู TMark

0 ดูทั้งหมด

อื่นๆ

5 ดูทั้งหมด

Webboard

ดอยคำ ทำธุรกิจอย่างไรให้ทุกคนมีความสุข

เชื่อว่าคุณคงรู้จักแบรนด์ดอยคำกันเป็นอย่างดี ว่าเป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการเกษตรที่ถือกำเนิดจากศาสตร์พระราชา T Mark นำจุดเริ่มต้นของแบรนด์ดอยคำ และการบริหารงานของผู้บริหารในปัจจุบันมาเล่าสู่กันฟังค่ะ


         ด้วยพระราชวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรหรือในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงทอดพระเนตรเห็นความทุกข์ยากของราษฎรและปัญหาการปลูกฝิ่น ซึ่งเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติและเป็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ พระองค์จึงพระราชทานแนวพระราชดำริให้ส่งเสริมการปลูกพืชและก่อตั้งโรงงานอาหารหลวงในปี พ.ศ. 2512 เพื่อรับซื้อ แปรรูป ให้เป็นผลิตภัณฑ์ภายใต้ชื่อ ดอยคำ

และนั่นคือจุดเริ่มต้นของแบรนด์ดอยคำ ซึ่งผู้บริหารในปัจจุบันได้รับช่วงต่อการบริหารมา โดยยังยึดอุดมการณ์เดิมก็คือ “สุขของสังคมโดยรวม” โดยได้ยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรไทยให้มีอาชีพเลี้ยงตนเองและสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตในระยะยาวได้ จึงได้นำศาสตร์พระราชามาประยุกต์ ส่งเสริม และช่วยเหลือเกษตรกรไทย ซึ่งโมเดลธุรกิจเพื่อสังคมของดอยคำนี้ได้รับการยอมรับในระดับประเทศ และเป็นเครื่องพิสูจน์ได้ว่าดอยคำคือความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมแห่งศาสตร์พระราชา แต่ความท้าทายหนึ่งที่ดอยคำกำลังจะดำเนินการก็คือการทำให้ดอยคำเป็นแบรนด์ที่ประเทศทั่วโลกยอมรับในระดับสากล


         และนอกจากเกษตรกรจะมีความสุขแล้วผู้บริโภคก็ต้องมีความสุขจากการซื้อผลผลิตที่ดีมีคุณภาพสูงในราคาที่เป็นธรรม ทั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ และนำรายได้เหล่านี้มารับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรต่อไป สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความเกื้อกูลกันระหว่างแบรนด์ เกษตรกร ผู้บริโภค และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย


         เมื่อทราบแบบนี้แล้ว เชื่อว่าหลายคนจะมีความสุขกับการดื่มน้ำมะเขือเทศ หรือผลไม้แปรรูปอื่นๆ จากดอยคำได้อย่างมีความหมายและคุณค่าเพิ่มขึ้นอีกเป็นกอง หากต้องการที่จะเรียนรู้การดำเนินธุรกิจของดอยคำเพิ่มเติมก็สามารถเข้าไปอ่านได้ที่ Success Story หรือคลิก http://www.thailandtrustmark.com/th/success-story/52

3 weeks

ดอยคำ ทำธุรกิจอย่างไรให้ทุกคนมีความสุข

เชื่อว่าคุณคงรู้จักแบรนด์ดอยคำกันเป็นอย่างดี ว่าเป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการเกษตรที่ถือกำเนิดจากศาสตร์พระราชา T Mark นำจุดเริ่มต้นของแบรนด์ดอยคำ และการบริหารงานของผู้บริหารในปัจจุบันมาเล่าสู่กันฟังค่ะ


         ด้วยพระราชวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรหรือในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงทอดพระเนตรเห็นความทุกข์ยากของราษฎรและปัญหาการปลูกฝิ่น ซึ่งเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติและเป็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ พระองค์จึงพระราชทานแนวพระราชดำริให้ส่งเสริมการปลูกพืชและก่อตั้งโรงงานอาหารหลวงในปี พ.ศ. 2512 เพื่อรับซื้อ แปรรูป ให้เป็นผลิตภัณฑ์ภายใต้ชื่อ ดอยคำ

และนั่นคือจุดเริ่มต้นของแบรนด์ดอยคำ ซึ่งผู้บริหารในปัจจุบันได้รับช่วงต่อการบริหารมา โดยยังยึดอุดมการณ์เดิมก็คือ “สุขของสังคมโดยรวม” โดยได้ยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรไทยให้มีอาชีพเลี้ยงตนเองและสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตในระยะยาวได้ จึงได้นำศาสตร์พระราชามาประยุกต์ ส่งเสริม และช่วยเหลือเกษตรกรไทย ซึ่งโมเดลธุรกิจเพื่อสังคมของดอยคำนี้ได้รับการยอมรับในระดับประเทศ และเป็นเครื่องพิสูจน์ได้ว่าดอยคำคือความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมแห่งศาสตร์พระราชา แต่ความท้าทายหนึ่งที่ดอยคำกำลังจะดำเนินการก็คือการทำให้ดอยคำเป็นแบรนด์ที่ประเทศทั่วโลกยอมรับในระดับสากล


         และนอกจากเกษตรกรจะมีความสุขแล้วผู้บริโภคก็ต้องมีความสุขจากการซื้อผลผลิตที่ดีมีคุณภาพสูงในราคาที่เป็นธรรม ทั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ และนำรายได้เหล่านี้มารับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรต่อไป สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความเกื้อกูลกันระหว่างแบรนด์ เกษตรกร ผู้บริโภค และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย


         เมื่อทราบแบบนี้แล้ว เชื่อว่าหลายคนจะมีความสุขกับการดื่มน้ำมะเขือเทศ หรือผลไม้แปรรูปอื่นๆ จากดอยคำได้อย่างมีความหมายและคุณค่าเพิ่มขึ้นอีกเป็นกอง หากต้องการที่จะเรียนรู้การดำเนินธุรกิจของดอยคำเพิ่มเติมก็สามารถเข้าไปอ่านได้ที่ Success Story หรือคลิก http://www.thailandtrustmark.com/th/success-story/52

3 weeks

เรียนรู้เทคนิคการดำเนินธุรกิจ 100 ปี กับอังกฤษตรางู

ย้อนกลับไปเมื่อร้อยกว่าปีก่อน แป้งเย็นอังกฤษตรางู ได้ถือกำเนิดขึ้นมา จนทุกวันนี้คุณอนุรุธ ว่องวานิช ทายาทรุ่นหลานได้เข้ามาบริหารงาน และพัฒนาสินค้าใหม่ๆ ออกสู่ตลาดมากขึ้น เช่น สเปรย์น้ำ ผ้าเย็น เป็นต้น คำถามน่าสนใจก็คือ อังกฤษตรางูใช้เทคนิคใดจึงอยู่มาได้อย่างยั่งยืนเป็นร้อยปี วันนี้ T Mark admin หาคำตอบมาให้กันค่ะ


         ส่วนหนึ่งที่ทำให้อังกฤษตรางูอยู่อย่างยั่งยืนมาจนทุกวันนี้ ก็ต้องมาจากการบริหารงานของผู้นำ โดยคุณอนุรุธยึดหลักคำสอนในการบริหารคนที่ส่งต่อกันมาว่า “อย่าได้เอาเปรียบคนอื่น เพราะคนที่เสียเปรียบเขาจะเกลียดเรา ถ้าเรายอมเสียเปรียบบ้างเล็กน้อย คนที่ได้เปรียบเขาจะรักเรา วันหลังเขาจะช่วยเราเองโดยไม่ต้องขอร้อง” ซึ่งหลักการนี้ทำให้พนักงานที่อยู่ในองค์กรได้รับสวัสดิการที่ดี มีการอบรมเพื่อพัฒนาพนักงานอย่างสม่ำเสมอ และเปิดโอกาสให้ทุกคนแสดงความคิดเห็น สิ่งเหล่านี้ทำให้คนในองค์กรอยู่กับบริษัทมาอย่างยาวนาน และเมื่อพนักงานมีความสุข ผลิตภัณฑ์ที่ออกมาก็เต็มไปด้วยคุณภาพคับกระป๋อง คู่ค้า และผู้บริโภคก็จะได้รับสิ่งที่ดีตามไปด้วย


         ไม่เพียงเรื่องแรงงาน คู่ค้า และผู้บริโภคเท่านั้นที่คุณอนุรุธต้องการมอบความสุขให้ แต่กับคนทั่วไป หรือผู้คนที่อยู่รอบพื้นที่โรงงานก็ต้องได้รับความสุขไม่แพ้กัน ด้วยการจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น ค่ายเยาวชนอบรมสมาธิโครงการเซนลุกซ์จีเนียส “พัฒนาจิต” หรือโครงการมอบตู้ยาให้กับ 120 โรงเรียนทั่วประเทศ พร้อมให้ข้อมูลความรู้เรื่องการใช้ยาแก่ครูและนักเรียน รวมถึงโครงการ e-libraly สร้างคลังความรู้อิเล็กทรอนิกส์เพื่อให้ความรู้และข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน เป็นต้น


         ซึ่งนิยามคำว่า “กำไร” ของอังกฤษตรางู คงไม่ใช่แค่เรื่องเงินเท่านั้น แต่ยังหมายถึงความสุขและรอยยิ้มของพนักงาน คู่ค้า และผู้บริโภคด้วย

         ด้วยการบริหารงานที่ให้ความสำคัญกับความสุขกับพนักงาน คู่ค้า และผู้บริโภค ทำให้ผู้บริหารสามารถซื้อใจพวกเขาเอาไว้ได้ และนี้คงเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้อังกฤษตรางูอยู่ได้อย่างมั่นคง แต่ถ้าอยากรู้เรื่องราวของแบรนด์ อังกฤษตรางูเพิ่มเติม สามารถอ่านได้ที่บทความ Success Story หรือคลิก http://www.thailandtrustmark.com/th/success-story/45

3 weeks

เทคนิคพัฒนาเกษตรกรให้สร้างผลผลิตได้จำนวนมาก แถมลดต้นทุน

ในภาวะที่พืชผลทางการเกษตรล้นตลาด ผู้ประกอบการหลายท่านต่างก็พยายามที่จะช่วยพยุงเกษตรกรไทย แต่พยุงไปมา เข้าเนื้อตนเองเสียอย่างนั้น ด้วยเพราะแปรรูปไม่ทัน ขายไม่ทัน จนทำให้ไม่กล้ารับซื้อเกษตรกรเท่าที่ควร ส่งผลให้คุณภาพชีวิตของกลุ่มเกษตรกรลำบากขึ้น แต่คุณกัณญภัค ตันติพิพัฒน์พงศ์ แห่งสยามอุตสาหกรรมเกษตรอาหาร ผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์ผลไม้แปรรูปรายใหญ่ของไทยในนามแบรนด์ World Foods, สแต๊กเวิลด์ฟู้ด และ SAICO เห็นความสำคัญของการเพิ่มมูลค่าให้กับพืชผลสดและต้องการสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้กับเกษตรกรไทย จึงคิดค้นหาวิธีแปรรูปผลไม้ด้วยการนำนวัตกรรมมาช่วย

         คุณกัณญภัค เชื่อว่าเรี่ยวแรงที่สำคัญในการผลิตผลไม้แปรรูปส่งออกนั้น ไม่ได้มาจากฝ่ายบริหารเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงพนักงาน และเกษตรกรจำนวนมากที่ร่วมมือกับสยามอุตสาหกรรมเกษตรอาหารด้วย

โดยการสร้างและสนับสนุนอาชีพให้กับเกษตรกรไทยให้เป็นอีกภารกิจสำคัญที่บริษัททำ ทั้งการรับซื้อพืชผล การประกันราคา และการประกันรายได้


         แต่ด้วยดินฟ้าอากาศที่เปลี่ยนไปผลผลิตทางการเกษตรที่เคยมีมาก เริ่มน้อยลง ส่งผลให้ต้นทุนราคาผลผลิตที่เป็นวัตถุดิบหลักในการแปรรูปสูงขึ้น บริษัทจึงเริ่มหาแนวคิดในการพัฒนาเกษตรกรรมที่ยั่งยืนขึ้นมา ด้วยการทำงานร่วมมือกับเกษตรกรในเครือข่ายให้มากขึ้น ทั้งเรื่องให้ความรู้ผลไม้ นวัตกรรม การวิจัย การควบคุมและการตรวจสอบ พร้อมแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรในเครือข่ายทั้งหมด เพื่อให้เกษตรกรสามารถปลูกพืชผลให้ได้ผลผลิตจำนวนมาก และสามารถลดต้นทุนได้ในคราวเดียวกัน


         วิธีช่วยพัฒนาเกษตรกรด้วยการมอบเทคนิคและความรู้เป็นการแก้ปัญหาต้นทางให้กับเกษตรกรในเครือข่าย พร้อมกันนั้นบริษัทก็ได้พืชผลที่ดีมีคุณภาพตามไปด้วย จึงถือเป็นการเกื้อกูลซึ่งกันและกันได้อย่างลงตัว นอกจากวิธีช่วยเหลือเกษตรกรแล้ว สยามอุตสาหกรรมเกษตรอาหาร ยังมีกลยุทธ์น่ารู้เกี่ยวกับการบริหารงานด้านอื่นๆ อีก ซึ่งหากสนใจก็สามารถคลิกอ่านได้ที่ http://www.thailandtrustmark.com/th/success-story/49

3 weeks

ขายไม้อย่างไร ให้ไม่ทำร้ายธรรมชาติ

หากผลิตภัณฑ์ที่คุณทำอยู่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติอย่างต้นไม้ แต่ในใจก็สับสนว่าทำร้ายธรรมชาติมากไปหรือเปล่า ขอบอกว่า มีแบรนด์หนึ่งที่สามารถขายไม้ได้ โดยที่ไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ แถมยังรักษาป่าไม้ได้ด้วย อย่าง วนชัย กรุ๊ป หรือ VNG มาเล่ากัน


         วนชัย กรุ๊ป หรือชื่อในตลาดหลักทรัพย์คือ VNG มีหลักพื้นฐานในการทำงานคือการรักษาป่า จึงได้นำนวัตกรรมมาใช้จนเกิดเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างไม้ปาติเกิ้ล เพื่อลดการใช้ไม้จริง สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องพิสูจน์ได้ว่าวนชัยมีความมุ่งมั่นตั้งใจในการรักษาสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ ในขณะเดียวกันก็ยังสามารถดำเนินธุรกิจการค้าไม้ได้ ด้วยการใช้นวัตกรรมสร้างไม้ทดแทนธรรมชาติขึ้นมาให้กับลูกค้า ซึ่งนวัตกรรมนี้ประสบความสำเร็จอย่างสูงจนสามารถพาวนชัยเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้ แสดงให้เห็นว่าไม่ได้มีเพียงรายได้มหาศาลเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการบริหารงานในองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดด้วย วนชัยใช้หลักธรรมาภิบาลในการดูแลบริหารงาน บุคลากรในทุกภาคส่วน โดยพนักงานในเครือของวนชัยทุกคนล้วนภาคภูมิใจ และคุณภาพชีวิตที่ดี รวมถึงความสุขที่ได้ทำงานในองค์กร เพราะมีการดูแล สวัสดิการ ความเป็นธรรม มีกิจกรรมสานสัมพันธ์ และมีการพัฒนาบุคลากรในด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่องเสมอ

   

         เป็นอย่างไรกันบ้างคะ การนำนวัตกรรมที่เหมาะสมมาใช้ ไม่เพียงเพิ่มรายได้มหาศาล เพิ่มคุณภาพของสินค้า แต่ยังเพิ่มประโยชน์ให้กับธรรมชาติด้วย ใครที่ต้องการเรียนรู้การบริหารงานของวนชัยให้มากขึ้น ก็เข้าไปอ่านได้ที่ http://www.thailandtrustmark.com/th/success-story/54

3 weeks

สร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ ด้วยตราการันตีสินค้า

ผู้ประกอบการหลายท่านคงกังวลว่าทำแบรนด์อาหารเสริม จะสร้างความน่าเชื่อถืออย่างไรดี ลองนำวิธีของคุณเจี๊ยบ โสภิตนภาเจ้าของแบรนด์ลาวิชไปใช้กันดูไหมคะ ด้วย ความที่แบรนด์ “ลาวิช” เป็นแบรนด์อาหารเสริม จะสร้างความน่าเชื่อถือเพื่อให้ผู้บริโภคไว้ใจเป็นอย่างมากประกอบกับที่คุณเจี๊ยบเป็นนักแสดง เรื่องความน่าเชื่อถือและไว้ใจในสินค้ากับตัวแบรนด์จึงเป็นเรื่องสำคัญ คุณเจี๊ยบจึงสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคด้วยความโปร่งใสและตรวจสอบได้ โดยได้การขอรับรองตรามาตรฐานต่างๆ ทั้งในเรื่องของโรงงานผลิตที่ได้มาตรฐานระดับสากล เรื่องของแรงงาน ที่ใส่ใจดูแลพนักงานทุกคนด้วยสวัสดิการที่เป็นธรรม และเรื่องของผลิตภัณฑ์ เช่น เรื่องมาตรฐาน อย. รวมถึงตราสัญลักษณ์หนึ่งที่สามารถยืนยันและรับรองในมาตรฐานหลายเรื่องได้ในตราเดียว นั่นก็คือตรา Thailand Trust Mark หรือ T Mark ซึ่งเป็นตรารับรองในเรื่องมาตรฐานโรงงาน, คุณภาพสินค้า, การรักษาสิ่งแวดล้อม, การคุ้มครองแรงงาน รวมถึง CSR

         สิ่งเหล่านี้คุณเจี๊ยบบอกว่า ทำให้สามารถบอกกับลูกค้าได้เต็มปากเต็มคำในเรื่องความโปร่งใส ความน่าเชื่อถือ สิ่งสำคัญที่สุดคือการสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น หากชาว Tmark สนใจอยากนำเทคนิคนี้ไปใช้บ้างก็ได้นะคะ หรืออยากเรียนรู้กลยุทธ์ธุรกิจอื่นๆ ของคุณเจี๊ยบก็สารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thailandtrustmark.com/th/success-story/61

3 weeks

สร้าง BRAND STORY ให้ตรงใจผู้บริโภค

การสร้างเรื่องราวให้กับแบรนด์ คือเทคนิคที่ทำให้ผู้บริโภคสนใจและจดจำได้ วันนี้ TMark admin จึงนำเทคนิคการสร้างเรื่องราวของสกินแคร์ Voodoo ที่ใช้เรื่องราวของความเชื่อมาสร้างมนตราแห่งความงามจนยอดขายทะลุเพดานมาบอกกันค่ะ


         สกินแคร์ Voodoo เกิดจากไอเดียของคุณปรีชา สันลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิ๊กไอเดีย คอร์ปอเรท (ประเทศไทย) จำกัด ที่เห็นว่าแบรนด์ความงามในทุกวันนี้จะเน้นโปรโมทสรรพคุณทั่วไปคงไม่เพียงพอ ดังนั้นนอกจากสินค้าที่ใช้ดีมีคุณภาพแล้ว นวัตกรรมที่ผสานกับความเชื่อจะทำให้แบรนด์มีจุดเด่นจนใครๆ ก็จำได้


         Voodoo จึงเป็นผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากการใช้สารสกัดที่บอกเล่าถึงสรรพคุณล้ำค่าในการบำรุงผิวที่อยู่ในคัมภีร์ไบเบิล และตำนานต่างๆ ตามหลักศาสนาอิสลามมาสร้างเป็นส่วนประกอบสำคัญในผลิตภัณฑ์ เพื่อนำเสนอความน่าค้นหา ดึงดูดความน่าสนใจ และเพื่อเสนอความน่าเชื่อถือจึงผนวกเข้ากับงานวิจัยจากทั่วโลกที่ยอมรับว่าส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์มีสรรพคุณดีจริงมารองรับสารสกัดดังกล่าว


         ซึ่งกลยุทธ์การสร้างเรื่องราวด้วยหลักความเชื่อและตำนานของ Voodoo นี้ ทำให้แบรนด์ Voodoo กลายเป็นที่สนใจ และท้าทายให้ผู้บริโภคให้ค้นหาและทดลองว่าสรรพคุณในตำนานที่บอกเล่านั้นเห็นผลได้จริงหรือไม่ ส่วนใครที่อยากเรียนรู้การบริหารงานของ Voodoo เพิ่มเติม ก็สามารถอ่านได้ที่ http://www.thailandtrustmark.com/th/success-story/60

3 weeks

JOIN US

THE SIGN OF HEARTMADE QUALITY
FROM THAILAND TO THE WORLD

APPLY NOW

Applying T MARK
information contact

02-507-8266, 8274, 8287

(SERVICE HOURS: )

T MARK ONLINE
REGISTRATION CONTACT

063-535-3503

(SERVICE HOURS:

*This number can be used until September 2019)

HEARTMADE
QUALITY

FAIR
LABOUR

ENVIRONMENTAL
CONCERN

SOCIAL
RESPONSIBILITY