QUALIFICATION

คุณสมบัติสำหรับบริษัทฯ ที่ต้องการสมัครสมาชิกตราสัญลักษณ์คุณภาพไทยแลนด์มีดังนี้

1. เป็นนิติบุคคลที่ขึ้นทะเบียนเป็นสมาชิกผู้ส่งออก 4 ประเภท ได้แก่

2. การรับรองมาตรฐานในประเทศ และ/หรือ มาตรฐานสากลต่างประเทศ โดยมีเงื่อนไขดังนี้

  • 2.1 สำหรับสินค้าและบริการที่มีมาตรฐานกำหนด ผู้สมัครจะต้องได้รับการรับรองมาตรฐานในประเทศ และ/หรือ มาตรฐานสากลต่างประเทศ
  • 2.2 สำหรับกลุ่มอัญมณีและเครื่องประดับ ผู้สมัครจะต้องได้รับการรับรองมาตรฐาน Buy with confidence (BWC) จากสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (GIT)
  • 2.3 สำหรับบางกลุ่มสินค้าที่ไม่มีมาตรฐานตามข้อกำหนด เช่น สินค้าแฟชั่น (เสื้อผ้า/เครื่องหนัง/เครื่องประดับเทียม) สินค้าของตกแต่งบ้าน ผู้สมัครสามารถยื่นเอกสารประกอบ คือ
    • หนังสือรับรองจากลูกค้า/ผู้นำเข้า ที่มีความน่าเชื่อถือ
    • หนังสือรับรองจากสมาคมต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยระบุว่าสินค้าของผู้สมัคร เป็นสินค้าที่มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในประเทศนั้น

3. สินค้าและบริการที่มีแหล่งกำเนิดในประเทศ โดยมีเงื่อนไขดังนี้

  • 3.1 เป็นสินค้าและบริการที่มีแหล่งกำเนิดในประเทศ (เป็นสินค้าที่ผลิตในประเทศไทย/มีโรงงานในประเทศไทย) หรือ
  • 3.2 เป็นสินค้าที่นำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ เพื่อใช้ในการผลิตในประเทศไทย และ/หรือ สร้างมูลค่าเพิ่ม/สร้างแบรนด์เพื่อการส่งออก

4. การรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) โดยผู้สมัครจะต้องได้รับการรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรมสีเขียว ระดับที่ 2 ปฏิบัติการสีเขียว เป็นอย่างน้อย จากกระทรวงอุตสาหกรรม  รายละเอียด

5. การรับรองมาตรฐานแรงงานไทย (มรท.8001 - 2553) โดยผู้สมัครจะต้องได้รับการรับรองมาตรฐานแรงงานไทย ระดับพื้นฐาน เป็นอย่างน้อย จากกระทรวงแรงงาน  รายละเอียด

6. การดำเนินงานที่คำถึงถึงผลกระทบต่อสังคม โดยผู้สมัครจะต้องกรอกแบบฟอร์มประเมินตนเองด้านการดำเนินงานที่คำถึงถึงผลกระทบต่อสังคม ตามหลักเกณฑ์ CSR-DIW โดยจะต้องมีการดำเนินงานตามหลักปฏิบัติของ CSR-DIW ของกระทรวงอุตสาหกรรม ไม่น้อยกว่า 4 ข้อ (จาก 7 ข้อ)

7. ด้านมูลค่าการค้า โดยผู้สมัครจะต้องกรอกข้อมูล มูลค่าการส่งออก 3 ปีย้อนหลัง เฉลี่ยต่อปี ไม่น้อยกว่า 5 ล้านบาท หรือ มูลค่าการขายในประเทศ 3 ปีย้อนหลัง ไม่น้อยกว่า 5 ล้านบาท

TRUSTED GLOBAL STANDARD BY INDUSTRY

กลุ่มอุตสาหกรรมหนัก

สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเลคทรอนิกส์ สินค้ายานยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ สินค้าวัสดุก่อสร้าง สินค้าเม็ดพลาสติก สินค้าเครื่องจักรกลและส่วนประกอบและผลิตภัณฑ์พลาสติก

กลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร

สินค้าเกษตร สินค้าผักผลไม้สดและแปรรูป สินค้าอาหารทะเลสดและแปรรูป สินค้าปศุสัตว์

กลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ

สินค้าเครื่องมือแพทย์ สินค้าผลิตภัณฑ์เภสัชกรรม สินค้าเครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์สปา

กลุ่มอุตสากรรมแฟชั่น

สินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ สินค้าเครื่องหนังและรองเท้า สินค้าแฟชั่นเสื้อผ้าและสิ่งทอ

ธุรกิจบริการการศึกษานานาชาติ

โรงเรียน มหาวิทยาลัย

ธุรกิจบริการส่งเสริมสุขภาพ (สปา)

สปาและบริการนวดแผนไทย บริการเสริมความงาม บริการด้านสุขภาพ

กลุ่มอุตสาหกรรมไลฟสไตล์

สินค้าเฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน สินค้าเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารและในครัว สินค้าของเล่น สินค้าของขวัญของชำร่วยและของตกแต่งบ้าน เคหะสิ่งทอ สินค้าเครื่องเขียน ของใช้บนโต๊ะทำงาน

ธุรกิจบริการรักษาพยาบาล (โรงพยาบาล/คลินิก)

บริการโรงพยาบาล คลินิก

TMARK BENEFIT

Icon Eligbility

1 ได้รับการประชาสัมพันธ์ผ่านตราสัญลักษณ์ TMARK ก่อให้เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการ

Icon Eligibility

2 โอกาสในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์หน่วยงานและสินค้าผ่านสื่อต่างๆ ของกรมฯ

Icon Eligibility

3 ได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษในการเข้าร่วมกิจกรรมของกรมฯ ทั้งกิจกรรมในประเทศและต่างประเทศ เช่น งานแสดงสินค้าคณะผู้แทนการค้า ฯลฯ

Icon Eligibility

4 โอกาสในการเข้าร่วมโครงการเครือข่ายกระจายสินค้า/โครงการพันธมิตรคู่กระจายสินค้าในต่างประเทศ

Icon Eligibility

5 ลดปัญหาการถูกกดราคา ต่อราคา และปัญหาย้ายฐานการสั่งซื้อสินค้า ช่วยเพิ่มอำนาจต่อรองกับช่องทางจัดจำหน่าย ไม่ถูกกำหนดโดยผู้ซื้อเพียงผู้เดียว

ถาม - ตอบ

โครงการตราสัญลักษณ์ Thailand Trust Mark (T Mark) คืออะไร

Thailand Trust Mark คือ เครื่องมือทางการตลาด เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ซื้อชาวต่างชาติในการตัดสินใจซื้อสินค้า ตลอดจนเสริมความเชื่อมั่นของคู่ค้า ชาวต่างชาติในการทำการค้ากับผู้ประกอบการไทยที่ได้รับเครื่องหมาย Thailand Trust Mark อีกทั้งเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ที่ดีของสินค้าและประเทศไทยว่า “เป็นแหล่งผลิตสินค้าและบริการที่มีคุณภาพที่ทั่วโลกไว้วางใจ” ซึ่งมีส่วนช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับสินค้าและบริการของไทยในตลาดโลก
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศเป็นผู้พิจารณามอบตราสัญลักษณ์ Thailand Trust Mark ให้กับผู้ส่งออกสินค้าและบริการที่มีคุณสมบัติในด้านคุณภาพมาตรฐานสากล ซึ่งได้ปรับปรุงมาจากคุณสมบัติของผู้ได้รับตรา Thailand’s Brand ตราสัญลักษณ์ T Mark จะช่วยรับรองคุณภาพให้กับสินค้าและบริการของไทย รวมทั้งเสริมสร้างภาพลักษณ์ ของประเทศในฐานะแหล่งกำเนิดสินค้าที่เชื่อถือได้ ซึ่งนับเป็นเรื่องสำคัญเมื่อคำนึงถึงปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ในด้านการค้าและความจำเป็นที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงให้สอดรับกับสถานการณ์ของตลาดโลกในปัจจุบันซึ่งมีการแข่งขันสูง ทั้งนี้ผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าซึ่งมีตราสัญลักษณ์ T Mark กำกับและผู้ค้าชาวต่างชาติที่ต้องการ ร่วมเป็นพันธมิตรธุรกิจกับผู้ประกอบการไทยซึ่งได้รับการรับรองจาก T Mark

โครงการตราสัญลักษณ์ T Mark ก่อตั้งเมื่อไหร่

โครงการตราสัญลักษณ์ T Mark เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2555 เนื่องจากกระทรวงพาณิชย์ได้กำหนดนโยบายในการขยายตลาดสินค้าและบริการของไทยทั้งในตลาดอาเซียนและตลาดโลก กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ จึงได้วางแผนยุทธศาสตร์ด้านการขับเคลื่อนการค้าระหว่างประเทศ มุ่งเน้นสร้างความเชื่อมั่นและความน่าเชื่อถือให้กับสินค้าและบริการของไทยมากขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการเป็นฐานการผลิตและการค้าตลาดเดียวของกลุ่มประเทศสมาชิกในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ที่จะมีขึ้นในปี 2558 โดยหลังจากศึกษาวิจัยความคาดหวังของผู้บริโภคในปัจจุบันแล้ว จึงเล็งเห็นความจำเป็นที่จะต้องมีการปรับปรุงตราสัญลักษณ์สินค้าไทย (Thailand's Brand) เป็นตราสัญลักษณ์ Thailand Trust Mark
การสื่อสารภาพลักษณ์ใหม่จะเน้นตอกย้ำจุดแข็งและสร้างความโดดเด่นในเอกลักษณ์ (Brand Identity) ของสินค้าไทยมากขึ้น นอกเหนือจากการเป็นแหล่งผลิตสินค้าที่หลากหลายแล้ว ตอนนี้ จึงเป็นเรื่องของความเชื่อมั่น โดยกำหนด Brand Positioning ของตราสัญลักษณ์คุณภาพไทยแลนด์ คือ “Trusted Quality” คุณภาพที่ทั่วโลกมั่นใจได้ของสินค้าไทย ซึ่งเกิดจากความเข้มแข็งของภาคการผลิต คุณสมบัติที่แตกต่างและความพร้อมของหลากหลายปัจจัยของอุตสาหกรรมไทย พร้อมทั้งสื่อสารเน้นภาพลักษณ์อันแข็งแกร่งของแต่ละภาคอุตสาหกรรม ซึ่งจะเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมในภาพรวมและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อประเทศ

ตราสัญลักษณ์ T Mark ต่างกับตรา Thailand’s Brand อย่างไร

ตราสัญลักษณ์สินค้าไทย (Thailand's Brand) เป็นตราสัญลักษณ์ที่ช่วยสนับสนุนการส่งออกสินค้าไทย รับรองคุณภาพสินค้า ช่วยยกระดับสินค้าและบริการไทยให้ให้ดูน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น และบอกให้ทราบว่าเป็นสินค้าจากประเทศไทย โดยผลักดันภาคเอกชนให้ติดตรา Thailand's Brand ควบคู่กับตราสินค้าของตนเองบนบรรจุภัณฑ์
ภายหลังจากที่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศได้ศึกษาวิจัยความคาดหวังของผู้บริโภคในปัจจุบัน พบว่ามีแนวโน้มต้องการสินค้าที่มีคุณภาพและเชื่อถือได้ จึงเล็งเห็นความจำเป็นที่จะต้องมีการปรับการสื่อสารภาพลักษณ์ใหม่ให้สอดคล้องกับความต้องการในตลาดโลก โดยการปรับเปลี่ยนตราสัญลักษณ์สินค้าไทย (Thailand's Brand) เป็นตราสัญลักษณ์คุณภาพไทยแลนด์ (Thailand Trust Mark : T Mark) ตามยุทธศาสตร์ด้านการขับเคลื่อนการค้าระหว่างประเทศปี 2555 เพื่อตอกย้ำจุดแข็งและสร้างความโดดเด่นในเอกลักษณ์ (Brand Identity) ของสินค้าไทย นอกเหนือจากการเป็นแหล่งผลิตสินค้าที่หลากหลาย นั่นคือ “Trusted Quality คุณภาพที่ทั่วโลกมั่นใจได้” ซึ่งเกิดจากความเข้มแข็งของภาคการผลิต คุณสมบัติที่แตกต่าง และความพร้อมของหลากหลายปัจจัยทางภาคอุตสาหกรรมไทย นำไปสู่การยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมในภาพรวมและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อประเทศ

คุณสมบัติของผู้สมัครตราสัญลักษณ์ Thailand Trust Mark มีอะไรบ้าง

  1. เป็นนิติบุคคลที่ขึ้นทะเบียนเป็นสมาชิกผู้ส่งออก 4 ประเภท ได้แก่ Exporter List (EL), Pre-Exporter (Pre-EL), Trading Company (TDC), Pre Trading Company (Pre-TDC )
  2. การรับรองมาตรฐานในประเทศ และ/หรือ มาตรฐานสากลต่างประเทศ โดยมีเงื่อนไขดังนี้
    • สำหรับสินค้าและบริการที่มีมาตรฐานกำหนด ผู้สมัครจะต้องได้รับการรับรองมาตรฐานในประเทศ และ/หรือ มาตรฐานสากลต่างประเทศ
    • สำหรับกลุ่มอัญมณีและเครื่องประดับ ผู้สมัครจะต้องได้รับการรับรองมาตรฐาน Buy with confidence (BWC) จากสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (GIT)
    • สำหรับบางกลุ่มสินค้าที่ไม่มีมาตรฐานตามข้อกำหนด เช่น สินค้าแฟชั่น (เสื้อผ้า/เครื่องหนัง/เครื่องประดับเทียม) สินค้าของตกแต่งบ้าน ผู้สมัครสามารถยื่นเอกสารประกอบ คือ
      - หนังสือรับรองจากลูกค้า/ผู้นำเข้า ที่มีความน่าเชื่อถือ
      - หนังสือรับรองจากสมาคมต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยระบุว่าสินค้าของผู้สมัคร เป็นสินค้าที่มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในประเทศนั้น
  3. สินค้าและบริการที่มีแหล่งกำเนิดในประเทศ โดยมีเงื่อนไขดังนี้
    • เป็นสินค้าและบริการที่มีแหล่งกำเนิดในประเทศ (เป็นสินค้าที่ผลิตในประเทศไทย/มีโรงงานในประเทศไทย) หรือ
    • เป็นสินค้าที่นำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ เพื่อใช้ในการผลิตในประเทศไทย และ/หรือ สร้างมูลค่าเพิ่ม/สร้างแบรนด์เพื่อการส่งออก หรือ
  4. การรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) โดยผู้สมัครจะต้องได้รับการรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรมสีเขียว ระดับที่ 2 ปฏิบัติการสีเขียว เป็นอย่างน้อย จากกระทรวงอุตสาหกรรม 
  5. การรับรองมาตรฐานแรงงานไทย (มรท.8001 - 2553) โดยผู้สมัครจะต้องได้รับการรับรองมาตรฐานแรงงานไทย ระดับพื้นฐาน เป็นอย่างน้อย จากกระทรวงแรงงาน 
  6. การดำเนินงานที่คำถึงถึงผลกระทบต่อสังคม โดยผู้สมัครจะต้องกรอกแบบฟอร์มประเมินตนเองด้านการดำเนินงานที่คำถึงถึงผลกระทบต่อสังคม ตามหลักเกณฑ์ CSR-DIW โดยจะต้องมีการดำเนินงานตามหลักปฏิบัติของ CSR-DIW ของกระทรวงอุตสาหกรรม ไม่น้อยกว่า 4 ข้อ (จาก 7 ข้อ)
  7. ด้านมูลค่าการค้า โดยผู้สมัครจะต้องกรอกข้อมูล มูลค่าการส่งออก 3 ปีย้อนหลัง เฉลี่ยต่อปี ไม่น้อยกว่า 5 ล้านบาท หรือ มูลค่าการขายในประเทศ 3 ปีย้อนหลัง ไม่น้อยกว่า 5 ล้านบาท

สิทธิประโยชน์ของผู้ได้ตรา T Mark

สิทธิประโยชน์ของผู้ได้ตรา T Mark ในปี 2555 – 2556 ประกอบด้วย
  • 1. การเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการส่งออกทั้งในและต่างประเทศ
    • 1.1 งานแสดงสินค้าในประเทศ :
      • ได้รับการพิจารณาจัดสรรตำแหน่งคูหาเป็นพิเศษ
      • ได้รับการประชาสัมพันธ์ในงานแสดงสินค้าอาทิ การจัดทำ Directory Board การจัดทำ Showcase สำหรับผู้ที่ได้รับตรา T Mark
    • 1.2 งานแสดงสินค้าในต่างประเทศและคณะผู้แทนการค้าเยือนต่างประเทศ :
      • ได้รับส่วนลดค่าใช้จ่ายสมทบการเข้าร่วมโครงการร้อยละ 50
      • ได้รับการประชาสัมพันธ์ในงานแสดงสินค้า อาทิ การจัดทำ Directory Board หรือ Showcase สำหรับผู้ที่ได้รับตรา T Mark ในส่วนคูหาประชาสัมพันธ์ของกรม
    • 1.3 งานแสดงสินค้า Thailand Trade Exhibition :
      • ได้รับส่วนลดค่าใช้จ่ายสมทบการเข้าร่วมโครงการ ร้อยละ 50
      • ได้รับการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ของบริษัท ในส่วนคูหาประชาสัมพันธ์ของกรม
      • ได้รับการพิจารณาจัดสรรตำแหน่งคูหาเป็นพิเศษ
    • 1.4 ได้รับการพิจารณาเข้าร่วมการจัดกิจกรรมต่างๆ เป็นลำดับแรก อาทิ
      • การจัด In-store Promotion ร่วมกับห้างสรรพสินค้าในต่างประเทศ
      • คณะผู้แทนการค้าระดับสูงเยือนต่างประเทศ (Goodwill Mission)
      • การส่งเสริมผู้ประกอบการไทยไปดำเนินธุรกิจในต่างประเทศ
  • 2. การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพการส่งออก จะได้รับการสนับสนุนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้ส่งออก เช่น การพัฒนาความรู้ด้านการตลาดยุคใหม่ การสร้างแบรนด์ การควบคุมคุณภาพ/จัดการด้านสิ่งแวดล้อม/ ในรูปแบบการเข้าร่วมสัมมนา การฝึกอบรมเชิงลึก โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สิทธิประโยชน์ในปีนี้ อยู่ระหว่างการขออนุมัติจากกรมฯ

สินค้าประเภทใดบ้างที่สามารถสมัครขอใช้ตรา T Mark

ประเภทของสินค้าและบริการที่สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการ ประกอบด้วย
  • 1) ประเภทสินค้า
    กลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร : สินค้าเกษตร สินค้าผักผลไม้สดและแปรรูป สินค้าอาหารทะเลสดและแปรรูป สินค้าปศุสัตว์
    กลุ่มอุตสาหกรรมหนัก : สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเลคทรอนิกส์ สินค้ายานยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ สินค้าวัสดุก่อสร้าง สินค้าเม็ดพลาสติก สินค้าเครื่องจักรกลและส่วนประกอบและผลิตภัณฑ์พลาสติก
    กลุ่มอุตสาหกรรมไลฟสไตล์ : สินค้าเฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน สินค้าเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารและในครัว สินค้าของเล่น สินค้าของขวัญของชำร่วยและของตกแต่งบ้าน เคหะสิ่งทอ สินค้าเครื่องเขียน ของใช้บนโต๊ะทำงาน
    กลุ่มอุตสากรรมแฟชั่น : สินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ สินค้าเครื่องหนังและรองเท้า สินค้าแฟชั่นเสื้อผ้าและสิ่งทอ
    กลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ : สินค้าเครื่องมือแพทย์ สินค้าผลิตภัณฑ์เภสัชกรรม สินค้าเครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์สปา
  • 2) ประเภทธุรกิจบริการ ธุรกิจบริการรักษาพยาบาล (โรงพยาบาล/คลินิก) ธุรกิจบริการส่งเสริมสุขภาพ (สปา) ธุรกิจบริการการศึกษานานาชาติ

หากไม่มีการรับรองมาตรฐาน ISO การรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ในระดับประเทศ หรือการรับรองระดับมาตรฐานสากล สามารถใช้คุณสมบัติใดมาทดแทนได้บ้าง

สำหรับบางกลุ่มสินค้าที่ไม่มีมาตรฐานตามข้อกำหนด ผู้สมัครขอใช้ตรา T Mark สามารถขอหนังสือรับรองจากผู้นำเข้า โดยระบุว่าสินค้าของผู้สมัคร เป็นสินค้าที่มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในประเทศนั้น และหนังสือรับรองจากสมาคมต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

อายุการใช้งานของตรา T Mark กี่ปี ต้องมีการต่ออายุทุกๆ กี่ปี

ตราสัญลักษณ์ T Mark จะมีอายุการใช้งาน 3 ปี นับจากวันที่ได้รับการอนุมัติให้ใช้ตราสัญลักษณ์

ถ้าบริษัทให้โรงงานหรือบริษัทอื่นเป็นผู้ผลิตสินค้า สามารถสมัครขอใช้ตรา T Mark ได้หรือไม่

สามารถสมัครได้โดยบริษัทจะต้องแนบเอกสารของโรงงานหรือบริษัทที่จ้างผลิตสินค้าประกอบการสมัครเข้าร่วมโครงการด้วย

เมื่อสมัครโครงการตราสัญลักษณ์ T Mark แล้วจะมีการเข้าไปตรวจสอบที่โรงงานทุกโรงงานหรือไม่

ไม่มีการตรวจโรงงาน แต่ตรวจสอบจากเอกสารด้านมาตรฐานสินค้าของโรงงานที่บริษัทใช้ประกอบการสมัครเข้าร่วมโครงการ

ตราสัญลักษณ์ T Mark สามารถประทับไว้ที่ใดได้บ้าง

สามารถนำตราสัญลักษณ์ T Mark ไปติดได้บนฉลากสินค้า แผ่นพับ เอกสารเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ หรือนามบัตรของบริษัทได้

สิทธิประโยชน์จะมีการเปลี่ยนแปลงอีกหรือไม่

สิทธิประโยชน์จะมีการเปลี่ยนแปลงทุกปีตามนโยบายของกรมฯ

กรมมีการประชาสัมพันธ์บริษัทที่ได้รับตรา T Mark ในต่างประเทศอย่างไร

กรมมีแผนประชาสัมพันธ์ตรา T Mark ในต่างประเทศ (เน้นตลาดอาเซียน/เอเชียแปซิฟิก)
- สื่อโทรทัศน์ สื่อสิ่งพิมพ์ อาทิ ลงโฆษณาในนิตยสารระดับสากลด้านธุรกิจ ลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์ ลงโฆษณาใน In-flight Magazine
- สื่อนอกบ้าน โดยลงโฆษณาในสื่อนอกบ้านที่เหมาะสมในแต่ละภูมิภาค อาทิ บิลบอร์ดในสนามบิน บิลบอร์ดใหญ่ในเมืองต่างๆ ป้ายสื่ออิเลคทรอนิคส์

เงื่อนไขการติดตราสัญลักษณ์ T Mark บนผลิตภัณฑ์และสื่อต่างๆ ของบริษัทที่ได้รับตราสัญลักษณ์ T Mark มีอะไรบ้าง ?

เมื่อผ่านการพิจารณาได้รับตราสัญลักษณ์ Thailand Trust Mark แล้ว ผู้ประกอบการสามารถนำตราสัญลักษณ์มาติดบนผลิตภัณฑ์และสื่อต่าง ๆ ตามข้อมูลแนวทางการใช้ตราสัญลักษณ์ T Mark ดังนี้
  • กรณีบริษัทมีโรงงานเป็นของตัวเอง จำนวน 1 โรงงาน
    - กำหนดให้บริษัทสมัครขอใช้ตราสัญลักษณ์ T Mark
    - หากบริษัทผ่านการพิจารณาขอใช้ตราสัญลักษณ์ T Mark ตราฯ นี้จะสามารถใช้ได้กับสินค้าทั้งหมดภายใต้ชื่อบริษัทนี้
  • กรณีบริษัทมีโรงงานผลิตสินค้าของตัวเอง มากกว่า 1 โรงงาน (ประสงค์ขอใช้ตราสัญลักษณ์ T Mark กับสินค้าทุกรายการที่ผลิตภายใต้ทุกโรงงานของบริษัท)
    - กำหนดให้บริษัทสมัครขอใช้ตราสัญลักษณ์ T Mark ในนามของบริษัท
    - ขอการรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรมสีเขียว และมาตรฐานแรงงานไทยของโรงงานทุกแห่ง หากบริษัทผ่านการพิจารณาขอใช้ตราสัญลักษณ์ T Mark ตราฯ นี้จะสามารถใช้ได้กับสินค้าทุกรายการที่ผลิตภายใต้โรงงานที่ขอตราฯ T mark
  • กรณีบริษัทมีโรงงานผลิตสินค้าของตนเอง มากกว่า 1 โรงงาน โดยประสงค์จะขอใช้ตราสัญลักษณ์ กับสินค้าบางประเภทเท่านั้น
    - กำหนดให้บริษัทสามารถขอการรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรมสีเขียวและมาตรฐานแรงงานไทย ของโรงงานที่มีเกี่ยวข้องกับประเภทกิจการเดียวกันกับสินค้าที่ขอใช้ตราสัญลักษณ์ T Mark
    - หากบริษัทผ่านการพิจารณาขอใช้ตราสัญลักษณ์ T Mark ตราฯ นี้จะสามารถใช้ได้กับสินค้ารายการที่ผลิตภายใต้โรงงานที่ขอตราฯ T mark
  • กรณีบริษัทไม่มีโรงงานผลิตสินค้าของตนเอง โดยได้ว่าจ้างโรงงานอื่นที่รับจ้างผลิต (OEM) โรงงานเดียวหรือหลายโรงงาน และมีความประสงค์จะขอใช้ตราสัญลักษณ์ T Mark กับสินค้า/แบรนด์ของตนเอง
    - กำหนดให้บริษัทยื่นเอกสารการรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรมสีเขียว และ มาตรฐานแรงงานไทย ของโรงงานรับจ้างผลิต (OEM) ที่เกี่ยวข้องกับประเภทกิจการเดียวกันกับสินค้าที่ขอใช้ตราสัญลักษณ์ T Mark ทุกโรงงาน
    - หากบริษัทผ่านการพิจารณาขอรับตราสัญลักษณ์ T Mark บริษัทสามารถใช้ตราสัญลักษณ์ T Mark ได้ เฉพาะสินค้า/แบรนด์ของตนเองในนามบริษัท