WEBBOARD FOR TMARK MEMBER

ซื้อขาย

0 ดูทั้งหมด

สารพันความรู้

18 ดูทั้งหมด

กูรู TMark

0 ดูทั้งหมด

อื่นๆ

5 ดูทั้งหมด

Webboard

สร้างจุดเด่นให้กับแบรนด์ด้วยดีไซน์ นวัตกรรม และสิ่งแวดล้อมเป็นจุดเด่นของแบรนด์

ผู้ประกอบการหลายท่านคงได้ฟังมากันบ่อยว่าทำผลิตภัณฑ์ในสมัยนี้ต้องมีดีไซน์ๆ มีนวัตกรรมใหม่ๆ และหลายครั้งก็ได้ฟังมาว่าเทรนด์ Green กำลังมา แล้วแบบนี้เราควรจะเลือกทางไหนดี Tmark admin ขอเสนอแนะว่า ควรจะหันกลับมามองที่ผลิตภัณฑ์ของเราว่าควรจะโดดเด่นไปในทิศทางใดมากกว่า แต่หากรู้สึกว่าอยากให้ทั้ง 3 อย่างโดดเด่นเท่ากัน T Mark admin ขอยกตัวอย่างจาก ไทยเทคโนกลาส จำกัด หรือ BSG GLASS บริษัทผลิตกระจกของไทยที่มีอายุยาวนานมาแนะนำให้เรียนรู้เทคนิคกันค่ะ


         ปัจจุบัน ไทยเทคโนกลาส เป็นบริษัทผลิตกระจกที่เน้นดีไซน์และนวัตกรรมหลากหลายรูปแบบ เช่น กระจกอาคาร กระจกลามิเนต กระจกกันเสียง กระจกกันกระสุน กระจกเสริมวัสดุธรรมชาติ กระจกประหยัดพลังงาน และกระจกที่มีลวดลายเกิดจากเทคโนโลยีการพิมพ์ เป็นต้น


         โดยจุดที่คนจำไทยเทคโนกลาสได้ก็คือดีไซน์และนวัตกรรม ด้วยการยึดหลัก “Making New Thing” คือวิจัยและพัฒนาสร้างสิ่งใหม่อยู่เสมอ เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตและคุณภาพของสินค้า อย่างเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตก็นำเข้ามาจากประเทศฟินแลนด์ อิตาลี และเนเธอร์แลนด์ เพื่อตัดปัญหาจุกจิกในเรื่องมาตรฐานและระบบการทำงานที่มีประสิทธิภาพของเครื่องจักร และหันมามุ่งมั่นในการหานวัตกรรมสินค้าใหม่ๆ ออกมา ด้วยฝีมือของทีมงานฝ่ายนวัตกรรมที่คอยออกแบบ พัฒนา และวิจัย จนไทยเทคโนกลาสเป็นหนึ่งในไม่กี่บริษัทของไทยที่สามารถผลิตกระจกได้หลากประเภท หลายดีไซน์ และได้คุณภาพด้วย


         นอกจากเรื่องพัฒนานวัตกรรมแล้ว บริษัทยังให้ความสำคัญในเรื่องใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยมีการวิจัยและพัฒนาสินค้าเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เช่น การใช้เครื่องจักรที่ประหยัดพลังงาน และการผลิตสินค้าที่รักษาสิ่งแวดล้อมและลดภาวะโลกร้อน ไม่ว่าจะเป็น BUGBEAT ที่ได้รับรางวัลการออกแบบดีมาก หรือ DEmark Award ซึ่งเป็นหินไล่ยุงที่ทำจากเศษกระจกที่หลอมรวมกันเป็นหินมีรูพรุน แล้วใส่กลิ่นไล่ยุงหรือกลิ่นหอมลงไป เพื่อให้กลายเป็นของตกแต่ง หรือจะเป็น Solar X กระจกประหยัดพลังงานนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม ก็ผลิตขึ้นมาเพื่อปลูกฝังให้พนักงาน และผู้ใช้ได้ร่วมกันรักษาสิ่งแวดล้อมให้มากขึ้น


         ถือได้ว่าเป็นบริษัทที่บาลานซ์เรื่องดีไซน์ นวัตกรรม และเรื่องสิ่งแวดล้อมที่ลงตัวอย่างมากเลยค่ะ หากใครที่ต้องการเก็บเกี่ยวแนวทางการทำธุรกิจของไทยเทคโนกลาสแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thailandtrustmark.com/th/success-story/56

5 months

จะวางกลยุทธ์ CSR ให้กับองค์กรอย่างไรให้คนรู้จักแบรนด์

แต่ละองค์กรล้วนต้องมีกิจกรรม CSR ของตัวเอง ซึ่งปัญหาที่ตามมาก็คือการคิดไม่ออกว่าจะออกแบบองค์กรอย่างไรให้ได้ทั้งช่วยสังคม และได้ภาพลักษณ์ขององค์กรไปพร้อมกัน Tmark admin นำตัวอย่างการทำ CSR ที่น่าสนใจจาก JerhHigh แบรนด์อาหารสุนัขมาบอกกัน


         วิธีการทำ CSR ของ JerhHigh ก็คือการสร้างกิจกรรมเพื่อสังคมร่วมกับคู่ค้าหรือผู้บริโภค เช่น การทำกิจกรรมร่วมกับคู่ค้า ทั้งเดอะมอลล์ โลตัส เซ็นทรัล หรือร้านขายอาหารสัตว์ต่างๆ เช่น กิจกรรม “เจอร์ไฮพาน้องหมาดูหนัง” เป็นกิจกรรมพาสุนัขตัวโปรดไปดูหนังด้วยที่โรงภาพยนตร์ หรือกิจกรรมในโครงการ “หมอหมาใจหล่อส่งต่อความรักให้หมาจร” ซึ่งเป็นการจับมือกับสัตวแพทย์หลายสถาบันทำความดีช่วยสุนัข พร้อมมอบอาหารสุนัขจำนวนมากให้หลายมูลนิธิเพื่อสุนัขจรจัดทั่วประเทศ


         เห็นไหมคะกิจกรรม CSR เหล่านี้ไม่เพียงให้ประโยชน์คืนสู่สังคมเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างพันธมิตร สร้างคู่ค้า รวมถึงเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่าผู้เลี้ยง สุนัข และคู่ค้าได้เป็นอย่างดี ยิ่งกว่านั้นยังเป็นการประชาสัมพันธ์ตัวผลิตภัณฑ์อาหารสุนัขทั้งออนไลน์และออฟไลน์ไปในขณะเดียวกันด้วย

         แต่ใครที่อยากรู้จักการบริหารงานของ JerhHigh ในแง่มุมต่างๆ เพิ่มเติมก็สามารถเข้าไปอ่านได้ที่ http://www.thailandtrustmark.com/th/success-story/51

5 months

รางวัลหรือการรับรองมาตรฐานช่วยเสริมแบรนด์ได้จริงหรือ

ผู้ประกอบการหลายท่านยังไม่เห็นถึงความสำคัญของตรารับรองมาตรฐานหรือรางวัลต่างๆ ว่ามีผลต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้าจริงหรือไม่

         T Mark admin ขอบอกว่ามีผลช่วยส่งเสริมแบรนด์ได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยค่ะ อย่างอิมเม็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล บริษัทผลิตกระจกเจ้าใหญ่ของไทยที่เลือกตามล่าตรามาตรฐานและรางวัล เพื่อเป็นตัววัดคุณภาพสินค้าของตนเอง ไม่ว่าจะเป็น

1. กระบวนการผลิตและคุณภาพของสินค้า ตรารับรองมาตรฐานจากในและต่างประเทศ ทั้ง ISO 9001 เวอร์ชันล่าสุด, T Mark, โรงงานสีขาว และโรงงานสีเขียว

2. การบริหารจัดการ ที่ได้รางวัลจากทั้งเอกชนและรัฐบาลจำนวนมาก เช่น รางวัลโรงงานความปลอดภัยดีเด่น, อาชีวอนามัย, แรงงานสัมพันธ์, สวัสดิการแรงงานและล่าสุดได้รางวัล PM industry Award รางวัลอุตสาหกรรมขนาดกลางและย่อมดีเด่น 2018

3. การออกแบบ ได้รับรางวัลด้านการออกแบบมาจำนวนมาก ทั้ง DEmark, Gmark รวมถึง Reddot โดยล่าสุดได้รับรางวัลการออกแบบเชิงนวัตกรรม จากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)


         นี่เป็นเพียงรางวัลและตรามาตรฐานส่วนหนึ่งในการชี้วัดคุณภาพและการจัดลำดับแบรนด์ของตนเองในตลาดโลกของคุณธเนศ พรพิพัฒน์ไพศาลเท่านั้น ซึ่งหากใครที่ต้องการรู้ว่าคุณธเนศบริหารองค์กรอย่างไรจนเติบโตเป็นระดับต้นๆ ของโลกในตลาดโมเสกนั้น ขอบอกว่ามีเทคนิคน่าสนใจหลายเรื่องเลยค่ะ ทั้ง KPI ต้องเป๊ะ นวัตกรรมต้องใช้ คุณภาพต้องดี และลูกค้าต้องมาก่อน สามารถอ่านบทความการดำเนินธุรกิจของอิมเม็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล เพิ่มเติมได้ที่ http://www.thailandtrustmark.com/th/success-story/57

5 months

สินค้าที่ส่งออกเสียหายระหว่างขนส่งจนขาดทุนและทำกำไรน้อยลง จะแก้อย่างไรดี

ผู้ประกอบการคนใดทำธุรกิจส่งออกแล้วเจอปัญหาสินค้าแตกหัก พังเสียหาย กลายเป็นขาดทุนหรือได้กำไรไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยกันบ้าง T Mark admin มีกรณีศึกษาของน้ำมะพร้าว ออล โคโค่ มาแนะนำกันค่ะ เคเฟรช บริษัทส่งออกมะพร้าวน้ำหอมผลสดของไทย ซึ่งประสบปัญหาของลูกมะพร้าวสดไม่เท่ากัน หรือเกิดผลชำรุดระหว่างขนส่ง ทั้งที่น้ำข้างในยังอร่อย แต่สภาพภายนอกไม่น่ากิน แถมยังเกิดปัญหา Over Supplier ไม่สามารถรับซื้อมะพร้าวของเกษตรกรได้ทั้งหมด บวกกับการกินมะพร้าวผลสดมีข้อเสียที่แกะหรือเฉาะกินยาก รวมถึงความต้องการดื่มน้ำมะพร้าวนอกฤดูทั้งในแต่ต่างประเทศด้วย


         ปัญหามากมายเหล่านี้เกิดมาตลอดจนส่งผลต่อรายได้เป็นจำนวนไม่น้อย ดังนั้นเมื่อเกิดปัญหาจึงต้องแก้ไข และการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ส่วนหนึ่งก็คือ การแปรรูปและเพิ่มมูลค่าให้กับมะพร้าวผลสดที่เกิดปัญหาด้วยการนำน้ำมะพร้าวใส่ขวดขายในนามแบรนด์ ออลโคโค่ น้ำมะพร้าวน้ำหอมดื่มง่าย ที่สามารถแก้ปัญหา Over Supplier และหาดื่มได้ทุกฤดูไปในคราวเดียวกัน


นอกจากนี้ออลโคโค่ไม่ได้แก้ปัญหาแค่ทำใส่ขวดขายเท่านั้น แต่ยังมีการเพิ่มไลน์ผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมอย่างการขายออลโคโค่คอนเซปต์ หรือทำเป็น Coconut cafe ขึ้นมา อยากอ่านเรื่องราวการทำธุรกิจของออลโคโค่อย่างละเอียด อ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thailandtrustmark.com/th/success-story/50

5 months

ทำธุรกิจแบบ ช้าแต่ชัวร์ ในยุคดิจิทัลยังเป็นไปได้หรือไม่

ใครๆ ก็บอกว่ายุคนี้ต้องก้าวกระโดด แต่การก้าวกระโดดเท่านั้นหรือที่จะอยู่รอดได้

         วันนี้ T Mark admin มีแนวทางการบริหารธุรกิจแบบช้าแต่ชัวร์ ของคุณอิทธิเชฏฐ์ เตชะไกรศรี เจ้าของสหชัยไทยพืชผล ธุรกิจส่งออกขิงดองที่ส่งออกไปหลายประเทศทั่วโลก ทั้งเอเชีย ยุโรป และอเมริกา มาบอกเล่ากันค่ะ ว่าช้าแต่ชัวร์ที่ว่า ทำอย่างไรบ้าง

         ต้องบอกว่าการเติบโตของสหชัยไทยพืชผล มีลักษณะการเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่มั่นคงและยั่งยืน ซึ่งการเติบโตในรูปแบบนี้ จะต้องอาศัยความสม่ำเสมออย่างรอบด้าน ได้แก่

1.         คุณภาพดีมากอย่างสม่ำเสมอ 

2.         พัฒนาระบบการผลิตและเทคโนโลยีสม่ำเสมอ

3.         ปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ

4.         พัฒนาองค์กรและบุคลากรในบริษัทอย่างสม่ำเสมอ

5.         แบ่งปันสังคมอย่างสม่ำเสมอ 

6.         สร้างอาชีพให้เกษตรกรไทยอย่างสม่ำเสมอ

         ซึ่งคุณอิทธิเชฏฐ์ เน้นต่อยอดการทำธุรกิจต่อจากรุ่นพ่อด้วยการรักษาแบบเดิมให้คงอยู่ แต่ขณะเดียวกันก็มีการพัฒนาองค์กรในทุกด้าน ทั้งด้านภาพลักษณ์ คุณภาพ ความหลากหลาย บุคลากร เพื่อให้ก้าวไปยืนในตลาดโลกได้


         คงจะเห็นกันแล้วใช่ไหมคะว่า ช้าแต่ชัวร์ ไม่ใช่การหยุดอยู่กับที่ แต่เป็นการทำธุรกิจแบบค่อยเป็นค่อยไป และต้องมีการพัฒนาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ธุรกิจเติบโตแบบมั่นคงได้ ซึ่งใครที่สนใจการทำธุรกิจแนวนี้ สามารถอ่าน Success Story ของสหชัยไทยพืชผลได้ที่ http://www.thailandtrustmark.com/th/success-story/53

5 months

ทำอย่างไรให้ไอเดียที่คิด เกิดขึ้นได้จริง

“ไอเดียฟุ้งกระจายเต็มหัว นั่นก็อยากลอง นี่ก็อยากทำ อยากไปหมด แต่ไม่เคยมีผลสำเร็จออกมาสักที” TMark รู้ดีว่าผู้ประกอบการตั้งแต่รายเล็กถึงใหญ่กุมขมับกับเรื่องเหล่านี้เสมอว่า จะทำอย่างไรดีให้สิ่งที่อยากออกมาเป็นรูปเป็นร่างได้ ไปดูวิธีการของมาซาฮีโร่กันค่ะ ว่าเขามีวิธีเอาไอเดียที่อยู่ในหัวมาผลิตให้ออกเป็นชิ้นงานได้อย่างไร


         คุณธนาทร สุวรรณกิจ เจ้าของแบรนด์ Masahiro เสื้อผ้าคุณภาพเยี่ยม ราคาชาวบ้าน ที่สำคัญมีลูกเล่นหลากหลายให้ลองใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อระบายอากาศ เสื้อแอนตี้แบคทีเรีย เป็นต้น ซึ่งตอนนี้สินค้าเหล่านี้ได้รับการรับรองมาตรฐานจากที่ต่างๆ และหนึ่งในนั่นก็มี TMark ด้วยค่ะ เห็นประสบความสำเร็จแบบนี้ใช่ว่าจะไม่เคยล้มนะคะ เพราะคุณธนาทรเคยคิดเสื้อหลายรูปแบบที่ไม่สำเร็จเหมือนกัน เช่น เสื้อเสริมความรู้ เสื้อคณิตศาสตร์ และเสื้อลายกีฬา


         แม้ว่าจะมีทั้งสำเร็จและไม่สำเร็จคุณธนาทรก็ไม่เคยท้อ และยังสร้างสรรค์ไอเดียที่ไม่ได้หยุดแค่ความคิด มาเป็นผลิตภัณฑ์ทดลองตลาดอยู่เสมอ การนำไอเดียที่อยู่ในความคิดมาเป็นสินค้าจริงนั้น สิ่งแรกที่คุณธนาทรทำคือการปรึกษากับทีมออกแบบหรือบุคคลากรผู้เชี่ยวชาญ เมื่อปรึกษาสกัดความคิดและสรุปได้แล้ว ให้ทำมาผลิตจริง และลองทดสอบตลาด โดยจะผลิตมาทดสอบทีเดียวหลายรูปแบบ เพื่อดูว่าแบบไหนที่คนชอบมากที่สุด ซึ่งทาง Masahiro ได้ ทดสอบตลาด 3 แบบ คือ

1.ชุดการ์ตูนซูเปอร์ฮีโร่

2.ชุดกีฬา

3. ชุดเสริมความรู้ โดยนำความรู้คณิตศาสตร์หรือกีฬาใส่ลงไปเป็นลายเสื้อ เพื่อส่งเสริมการอ่าน

ซึ่งปรากฏว่าเสื้อเสริมความรู้ไม่ค่อยได้รับการยอมรับเท่าที่ควร จึงลดเหลือ 2 รูปแบบมาจนถึงทุกวันนี้


         การสรุปความคิดหรือไอเดียออกมาแล้วปรึกษาคนอื่น ท้ายสุดการนำมาทำขึ้นมาจริง  คือประเด็นสำคัญที่ทำให้ไอเดียไม่ได้อยู่แค่ในสมองแล้วหายไป ส่วนใครที่อยากทราบเทคนิคการทำแบรนด์ของคุณธนาทรในมิติอื่นสามารถอ่านบทความเต็มๆ ได้ที่ http://www.thailandtrustmark.com/th/success-story/58

5 months

ป่าล้อมเมือง เทคนิคดั้งเดิม แต่ใช้ได้ทุกยุค

ป่าล้อมเมือง กลยุทธ์ทางการเมืองที่ในอดีตเคยใช้กัน วันนี้ป่าล้อมเมืองไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเมืองเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นกลยุทธ์การตลาดที่ผู้ประกอบการควรศึกษาไว้ TMark admin ขอพาคุณมาทำความรู้จักแบรนด์ที่ใช้กลยุทธ์ป่าล้อมเมืองจนสร้างเม็ดเงินมหาศาล และแบรนด์ติดตลาดไปทั่วบ้านทั่วเมือง นั่นก็คือ Go-Hair ผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมขวดสีเขียว ที่ช่างทำผมชอบแนะนำให้ใช้เป็นประจำ      Go-Hair ใช้วิธีการดำเนินธุรกิจแบบป่าล้อมเมือง โดยจะขายสินค้าที่ต่างจังหวัดก่อนที่จะเข้ามาขายในกรุงเทพฯ ซึ่งในตอนเริ่มขายนั้นบริษัทได้ขนผลิตภัณฑ์ใส่รถตู้พร้อมกับทีมขายมืออาชีพออกไปขายเองตามต่างจังหวัดก่อน ที่ขาดไม่ได้คือการจัดโปรโมชันให้กับลูกค้า ท้ายสุดก็ได้รับการต้อนรับจากลูกค้าในต่างจังหวัดอย่างล้นหลาม เมื่อประสบความสำเร็จอย่างสูงแล้วจึงนำสินค้ากลับเข้ามาขายในกรุงเทพฯ


         นอกจากนี้ Go-Hair ยังจัดกิจกรรมเพื่อตอบแทนสังคม โดยเน้นที่ต่างจังหวัดเป็นสำคัญ ตามกลยุทธ์ป่าล้อมเมือง เพราะไม่เพียงได้ช่วยเหลือสังคม แต่ยังเป็นการประชาสัมพันธ์สินค้าได้ดีอีกด้วย

นีไม่ใช่แค่กลยุทธ์หนึ่งที่สร้างกำไรมหาศาลให้กับแบรนด์เท่านั้น ต้องยอมรับว่า Go-Hair เขามองกลุ่มเป้าหมายและรู้ Insight ของผู้บริโภคอย่างแท้จริงจึงเลือกกลยุทธ์ที่เหมาะสมและประสบความสำเร็จอย่างสูง หากใครที่สนใจอ่านกลยุทธ์และความเป็นมาของ Go-Hair เพิ่มเติมก็สามารถอ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ http://www.thailandtrustmark.com/th/success-story/62

5 months

กดดันเวลาต้องสานต่อธุรกิจต่อจากครอบครัว จะทำอย่างไรดี

ปัญหาการสานต่อธุรกิจจากรุ่นต่อรุ่นมีมาทุกยุคทุกสมัย ยิ่งเฉพาะธุรกิจรุ่นพ่อที่มีชื่อเสียงโด่งดังและเป็นที่รู้จักด้วยแล้ว เมื่อต้องมาสานต่อ ความกดดันจึงเกิดขึ้น เพราะไม่เพียงต้องดูแลธุรกิจให้ดีกว่าเดิม ยังต้องทำให้ได้รับการยอมรับ จากผู้บริโภคด้วย ได้ถึงจะให้การยอมรับ TMark จึงอยากให้ผู้ประกอบการที่มาสานต่อธุรกิจจากครอบครัวคลายกังวล และมีแนวทางในการต่อยอดธุรกิจให้ดีกว่าเดิม ด้วยการนำตัวอย่างการสานต่อธุรกิจของที. แมน ฟาร์มา ยาแบรนด์ไทยมาบอกเล่ากันค่ะ


         ที. แมน ฟาร์มา เริ่มต้นเมื่อปี พ.ศ. 2515 โดยคุณธีรวัฒน์ ฐานะโชติพันธ์ เซลล์มือทองขายยาแผนปัจจุบัน ที่เห็นช่องทางทำเงินใหม่ๆ จึงเปิดบริษัทตัวแทนขายยา โดยจ้างบริษัทอื่นผลิต ซึ่งสำเร็จเป็นอย่างมาก เมื่อเห็นช่องทางหารายได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยมากขึ้น จึงเปิดเป็นโรงงานผลิตเสียเอง โดยมีภรรยา ภญ.คำนวณ คงศุภลักษณ์ มาเป็นผู้ช่วย เพราะมีความรู้เฉพาะทางโดยตรง ต่อมาจึงได้ขยายกิจการด้วยการทำยาสมุนไพร และผลิตภัณฑ์ Health Care อย่างเต็มรูปแบบ จากวันนั้นจนถึงวันนี้บริษัท ที. แมน ฟาร์มา มีอายุอานามเข้าใกล้ 50 ปี ได้ส่งไม้ต่อทางธุรกิจจากรุ่นพ่อไปสู่รุ่นลูก ภก.ประพล ฐานะโชติพันธ์


         เมื่อเข้ามาสู่การบริหารของรุ่นลูก ภก.ประพล ฐานะโชติพันธ์ได้ต่อยอดผลิตภัณฑ์ Health Care ในเครือให้ก้าวไปข้างหน้ายิ่งขึ้น ด้วยการเลือกตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายใหม่อย่างกลุ่มคนที่รักสุขภาพที่นิยมใช้สินค้าและผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ โดยการใช้นวัตกรรมการสกัดสารจากสมุนไพรมาทำเป็นยาที่มีประสิทธิภาพเทียบเท่ายาแผนปัจจุบัน แต่มีข้อดีที่ไม่มีสารเคมีและทำมาจากธรรมชาติ เช่น ยาน้ำแก้ไอสมุนไพร ตราไอยรา, ยารักษาอาการคันจากเชื้อรา Myda Cream เป็นต้น ไม่เพียงเท่านี้ในแง่ของการบริหารงานก็ยังเลือกการใช้วิธีการทำงานแบบรุ่นพ่อผสานการทำงานแบบรุ่นลูกที่เข้าด้วยกัน จนเมื่อปี พ.ศ. 2561 ที. แมน ฟาร์มา ได้รับรางวัล “ผู้ประกอบธุรกิจส่งออกยอดเยี่ยม Best Exporter 2018” จากรางวัล Prime Minister’s Export Award 2018 หรือ PM Award 2018

         เรียกได้ว่าเป็นการสานต่อธุรกิจที่ลงตัวและ Flow ได้ดีทีเดียวเลยค่ะ ทั้งในเรื่องหลักการบริหารและการต่อยอดผลิตภัณฑ์ ใครที่ยังรู้เรื่องไม่จุใจและอยากรู้แนวทางการบริหารส่งต่อจากรุ่นหนึ่งไปยังทายาทอีกรุ่นหนึ่งก็อย่าลืมไปตามบทความฉบับเต็มได้ที่ http://www.thailandtrustmark.com/th/success-story/59

5 months

จะเพิ่ม Value ให้สินค้าของลูกค้าอย่างไร? ให้เขาก็รุ่ง เราก็รุ่ง

ผู้ประกอบการหลายคนคงเป็นกังวลใช่ไหมคะว่า จะทำอย่างไรดีให้ลูกค้าซื้อซ้ำ ยิ่งธุรกิจแบบ B2B ด้วยแล้ว ยิ่งหนักใจใหญ่ เพราะหากลูกค้าหายไปผลประกอบการไม่น้อยก็จะมลายหายไปด้วย วันนี้ TMark Admin เอาเทคนิคการซื้อใจลูกค้าด้วยการเพิ่ม Value ให้กับสินค้าของลูกค้าของบริษัท ซีลิค คอร์พ มาบอกกันค่ะ บอกเลยว่าวิธีนี้เราก็ได้ เขาก็ได้ Win-Win กันทั้งคู่


      ซีลิค คอร์พ เป็นบริษัทกาวและผลิตภัณฑ์สำหรับยึดติดที่ส่งออกสินค้าไปกว่า 27 ประเทศทั่วโลก ซึ่งกลยุทธ์หนึ่งของเขาก็คือ “สินค้าของเราไม่เพียงทำให้สินค้าของลูกค้ามีประสิทธิภาพ แต่ต้องเพิ่ม Value ให้สินค้าของลูกค้าด้วย” ซึ่งจะเห็นได้ว่าซีลิค คอร์พมีการวิจัยและพัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สินค้าของบริษัทสามารถเพิ่มประสิทธิภาพ เพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าของลูกค้าได้ และปรากฎว่า ผู้บริโภคสินค้าของลูกค้าชอบจนใช้ซ้ำสินค้า ดังนั้นเมื่อผู้บริโภคถูกใจในสินค้าของลูกค้าก็จะทำให้สินค้าของบริษัทสามารถครองใจลูกค้าได้


    เห็นไหมคะ ว่ากลยุทธ์นี้ซื้อใจลูกค้าได้เป็นทอดๆ ดังนั้นใครจะเก็บเทคนิคนี้ไปใช้บ้าง ก็น่าลองไม่น้อยนะคะ ส่วนใครที่อยากรู้วิธีการทำธุรกิจของ ซีลิคคอร์พในทุกมิติ สามารถอ่านแบบเต็ม ๆ

ได้ที่ http://www.thailandtrustmark.com/th/success-story/55

5 months

TOP Page View 5 แบรนด์ดังที่ดึงดูดใจชาวต่างชาติมากที่สุด

           สมาชิก Thailand Trust Mark หรือ TMark มีอยู่จำนวนไม่น้อย แต่ละบริษัทล้วนมีจุดเด่น กลยุทธ์ หรือผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายแตกต่างกันไป TMark จึงได้จัดอันดับสมาชิก TMark ที่มีคนดูสูงที่สุดมาวิเคราะห์เจาะลึก พร้อมบอกเล่ากลยุทธ์ทำธุรกิจให้เติบโตและยั่งยืนมาบอกกัน จะมีบริษัทใดติดอันดับบ้าง มาดูไปพร้อมๆ กันค่ะ


อันดับ 1 บริษัท เฮลซ์เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด        

           อันดับ 1 ยอดดูสูงที่สุดในเว็บไซต์ TMark ได้แก่ บริษัท เฮลซ์เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด หรือเจ้าของแบรนด์น้ำหวานเฮลซ์บลูบอย ที่คงคุ้นกันดีกับการเอาน้ำหวานสีแดงหรือเขียวเอามาผสมน้ำ ใส่ในน้ำแข็งไส ทำเป็นนมเย็น หรือทำไอศกรีม ที่สามารถนำมาดัดแปลงได้หลากหลายเมนู กินง่าย อากาศร้อนเมื่อไรเป็นต้องคิดถึงเฮลซ์บลูบอยเป็นอันดับแรกๆ นี่จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้หลายคนสนใจแบรนด์น้ำหวานนี้ ว่าเขาทำอย่างไรกัน ถึงฮิตและเป็นที่น่าจดจำอยู่ตลอดกาล TMark ชวนมาวิเคราะห์กลยุทธ์การบริหารของเฮลซ์บลูบอยกันค่ะ

           ลองสังเกตให้ดี คงจะเห็นกันตั้งแต่รุ่นปู่ย่าจนมาถึงรุ่นลูกหลานก็รู้จักน้ำหวานเฮลซ์บลูบอยกันทุกคน นั่นก็เพราะเฮลซ์บลูบอยวางตัวให้เป็นน้ำหวานสำหรับคนทุกเพศ ทุกวัย แถมยังสร้างการจดจำได้ตั้งแต่เริ่มสร้างแบรนด์ ต้องเล่าย้อนไปก่อนว่าเฮลซ์บลูบอย เกิดจาก 4 พี่น้องที่เห็นว่ายังไม่ค่อยมีใครที่ทำน้ำหวานใส่ขวดเพื่อขายมาก่อน จึงเกิดไอเดียเอาน้ำหวานเข้มข้นมาใส่ขวดขายให้คนไปผสมหรือดัดแปลงเอง ที่สำคัญพวกเขาคิดชื่อแบรนด์ให้น้ำหวานนี้ทันที เพื่อให้คนใช้เป็นชื่อเรียกแทนน้ำหวานและจดจำได้ จนสมัยนี้เชื่อว่าต้องมีคนที่เรียกเจ้าน้ำหวานเข้มข้นว่าเฮลซ์บลูบอย แน่ๆ

           จะเห็นได้ว่าตอนนี้คู่แข่งน้ำหวานของเฮลซ์บลูบอยมีมากขึ้น สังเกตได้จากชั้นวางน้ำหวานในห้างสรรพสินค้าทั้งหลาย หรือร้านขายส่งก็เริ่มมีหลากหลายยี่ห้อ แต่ทำไมคนก็ยังหยิบเฮลซ์บลูบอยตลอด สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นเพราะเฮลซ์บลูบอยมีแนวคิดในการเติบโตอย่างค่อยเป็นไปแต่ยั่งยืน ข้อเสียของธุรกิจน้ำหวานคือกำไรต่อหน่วยน้อย แต่ข้อดีคือสามารถขยายตัวได้ตามเศรษฐกิจและประชากรได้ เมื่อเฮลซ์บลูบอยยึดมั่นในการทำธุรกิจที่ตัวเองถนัดอย่างน้ำหวานเพียงเท่านั้น การรักษาคุณภาพและการพัฒนาสินค้าให้ดีขึ้นจึงเป็นสิ่งสำคัญ เคยมีกรณีที่พบว่ารสชาติของน้ำหวานเปลี่ยนไป ในคราวนั้นทางเฮลซ์บลูบอยตัดสินใจเรียกคืนสินค้าทั้งหมด หรือสังเกตได้ว่าจะเห็นเฮลซ์บลูบอยอยู่ในขวดแก้วเสมอ ทั้งนี้ก็เป็นเพราะทำให้น้ำหวานเก็บได้นานถึง 3 - 5 ปีเลยทีเดียว

           อีกทั้งที่หลายคนน่าจะสังเกตกันว่าเฮลซ์บลูบอยไม่ได้ลงมาโปรโมทแบรนด์ทั้งทางสื่อออฟไลน์หรือออนไลน์มากเท่าใดนั้น TMark ว่าการที่เฮลซ์บลูบอยเลือกทำแต่น้ำหวานเท่านั้น ทำให้แบรนด์ของเขาชัด และเร่งพัฒนาไปอย่างถูกทิศ เพราะน้ำหวานของเขาแปลงเป็นสารพัดเมนู ทั้งชง ราดน้ำแข็ง หรือใส่ขนมหวาน สิ่งเหล่านี้คือเครื่องต่อยอดไอเดียเมนูขนมหวานและเครื่องดื่มมากมาย เมื่อรวมกับการรักษาคุณภาพและชื่อเสียงที่มีมานานของแบรนด์จึงเป็นการประชาสัมพันธ์ชั้นดี โดยให้ผู้บริโภคเป็นคนบอกปากต่อปากกันเอง ก็แทบไม่จำเป็นต้องใช้งบการตลาดจำนวนมหาศาลเลยค่ะ



อันดับ 2 บริษัท แอ๊ดด้า ฟุตแวร์ (ไทยแลนด์) จำกัด       

 

           สำหรับแบรนด์ต่อมาที่มีเข้ามาดูกันมากที่สุดเป็นอันดับที่ 2 ก็คือ บริษัท แอ๊ดด้า ฟุตแวร์ (ไทยแลนด์) จำกัด หรือรองเท้า ADDA ที่คุ้นตากันเป็นอย่างดี ต้องบอกว่าแบรนด์นี้เห็นกันบ่อยในชีวิตประจำวันไม่แพ้กันค่ะ ด้วยราคาที่ไม่แพง หาซื้อง่ายทั้งห้างใหญ่ห้างเล็ก หรือร้านขายของชำ โดยเฉพาะร้านขายรองเท้าทั่วไป ที่มักจะนิยมเอารองเท้าแบรนด์นี้มาแขวนไว้หน้าร้านกันเป็นประจำ จนคิดกันว่ารองเท้านี้ต้องขายดีมากๆ แน่เลย แต่รู้หรือไม่คะ ว่านี่คือเทคนิคการตลาดของแบรนด์แอ๊ดด้า

           การทำการตลาดของแอ๊ดด้านั้นมีลูกเล่นที่น่าสนใจไม่เบาเลยค่ะ นอกจากการผลิตรองเท้าคุณภาพสูง ทนทาน ขายในราคาประหยัดแล้ว ยังมีการทำการตลาดกับตัวแทนจำหน่ายด้วย ทั้งการจัดโปรโมชั่น ให้ตัวแทนจำหน่าย เช่น หากนำแอ๊ดด้ามาวางไว้หน้าร้านจะลดราคาให้ เป็นต้น ซึ่งการจัดโปรโมชันกับตัวแทนจำหน่ายนั้น ทำให้แอ๊ดด้าได้ลูกค้ากลับมาจำนวนมาก จากการเชียร์ขายสินค้าของตัวแทนจำหน่ายแต่ละเจ้า แถมยังเป็นการกระจายการรับรู้ได้อย่างถูกจุดด้วย

           ด้วยราคาที่ไม่แพงมาก แต่มีคุณภาพและมีความทนทาน ทำให้กลุ่มเป้าหมายของแอ๊ดด้าคือกลุ่มชนชั้นกลางลงมาเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นการลงงบประชาสัมพันธ์ทางการตลาดในช่องทางหรือสื่อต่างๆ จึงไม่ได้เน้นมากนัก แต่เน้นหนักในการจัดโปรโมชั่นกับตัวแทนจำหน่าย เพื่อให้เกิดปากต่อปากเอง และเหมือนจะได้ผลดีดูได้จากตัวเลขรายรับมหาศาลในแต่ละปี

           ไม่เพียงเท่านั้นจุดเด่นของแอ๊ดด้าอีกจุดก็คงจะเป็นสีสันและดีไซน์ที่สะดุดตาหลายต่อหลายคน โดยเฉพาะสีส้ม ขาว เทา ซึ่งสีเหล่านี้ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า เมื่อมองในเรื่องของดีไซน์ จะเห็นว่าแอ๊ดด้ามีหลายรุ่น หลายแบบเยอะมากๆ ต้องบอกว่าแอ๊ดด้ามีวิธีหาดีไซน์เนอร์ที่ไอเดียดีมาก เลยค่ะ เพราะเขาจัดการแข่งขันให้กับเด็กมหาวิทยาลัยมาร่วมประกวดออกแบบรองเท้าบ่อยๆ และนำสิ่งที่นักศึกษาออกแบบมาลองผลิตและทดสอบตลาดกันจริงๆ นี่จึงเป็นที่มาว่าทำไมเราจึงเห็นแอ๊ดด้าออกมาหลายรุ่นหลายแบบนั่นเอง

           ตอนนี้แอ๊ดด้าไม่ได้เติบโตแค่ในเมืองไทยเท่านั้น แต่ยังเติบโตและโลดแล่นอยู่ในตลาดโลกด้วย โดยเฉพาะตลาด CLMV ซึ่งกำลังฮิตติดลมบนมากๆ จนหลายคนต้องมาค้นหาดูว่าแอ๊ดด้าทำอย่างไรให้แบรนด์ของตนเองก้าวไปยืนในตลาดโลกได้ เพราะนอกจากคุณภาพ ราคา กลยุทธ์การตลาดในรูปแบบต่างๆ แล้ว การเข้าร่วมโครงการต่างๆ ของกระทรวงพาณิชย์ก็ยังเป็นการประชาสัมพันธ์แบรนด์ได้ดีทั้งการโปรโมทผ่านช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ ยังมีการมอบความรู้ และพาไปจัดแสดงสินค้าด้วย จึงไม่แปลกที่ผู้คนจะเริ่มให้ความสนใจในแบรนด์แอ๊ดด้ากันมากขึ้นค่ะ



อันดับ 3 บริษัท ยูโรเปียนฟู้ด จำกัด(มหาชน)

“ปีปีโป้ปะปะปีปีโป้”

“ปักกิ่งขนมหวานกรอบชอบจริงๆ ดูซิรามซิงค์ก็ยังชอบกินปักกิ่ง"

           เพลงฮิตติดหูนี้ ได้ยินกันมาจนร้องติดปาก แม้กระทั่งเด็กรุ่นเล็กในสมัยนี้ก็ยังร้องได้ และนี่น่าจะเป็นหนึ่งในที่มาที่ทำให้ บริษัท ยูโรเปียนฟู้ด จำกัด(มหาชน) ได้รับการค้นหาและมีคนเข้าดูเป็นอันดับ 3 ต้องบอกว่าแบรนด์ขนมในเครือยูโรเปียนฟู้ดนั้นไม่ได้มีแค่ปีโป้หรือปักกิ่งเท่านั้น แต่ยังมีกว่า 50 แบรนด์ที่เห็นคุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นยูโร่คัสตาร์ด, โอโจ้, ครีโก้, เอลเซ่หรือ ไมล์ดี้ มาร์ชเมลโล่ เป็นต้น

           หลายคนอาจจะคิดว่าการทำการตลาดของแบรนด์ต่างๆ ในเครือยูโรเปียนฟู้ด จะต้องพุ่งไปที่เด็กอย่างเดียวเท่านั้น แต่ขอบอกเลยค่ะว่าไม่ใช่ เพราะจะเห็นได้ชัดว่า เขาทำให้ขนมวัยเด็กยังคงขายได้ แต่ขณะเดียวกันผู้บริโภคผู้ใหญ่ก็ยังต้องการซื้อด้วย

           เมื่อผู้ซื้อส่วนใหญ่ไม่ใช่แค่เด็กเท่านั้น แต่เป็นคนในวัยทำงานและวัยผู้ใหญ่ที่ตอนเด็กคุ้นเคยกับเพลงฮิตในโฆษณาระหว่างดูการ์ตูนในโทรทัศน์กันมาก่อน สิ่งเหล่านี้ช่วยสร้างภาพจำและผูกพันกับแบรนด์เดิมๆ ในอดีต ที่สำคัญเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงเสียด้วย จึงไม่น่าแปลกใจว่าเหตุใดแบรนด์ขนมต่างๆ ภายใต้ บริษัท ยูโรเปียนฟู้ด จำกัด(มหาชน) จึงอยู่มาได้อย่างยาวนาน

           ไม่เพียงรักษาคุณภาพขนมเอาไว้ แต่การปรับตัวและพัฒนาแบรนด์ในเครือยูโรเปียนฟู้ด จะเห็นกันเรื่อยๆ เช่นสินค้าใหม่ อย่างปีโป้เชค ที่สร้างลูกเล่นมาให้ผู้บริโภคได้สนุกและมีส่วนร่วมกับสินค้ามากขึ้น หรือจะเป็นการให้การสนับสนุนในเรื่องกีฬา รวมถึงยังหันมาดึงเหล่านักกีฬามาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้ ก็เพื่อจับกลุ่มเป้าหมายคนดูกีฬาให้คุ้นชินกับแบรนด์ในเครือ ต้องบอกว่า ยูโรเปียนฟู้ด เป็นแบรนด์ที่เห็นการพัฒนา ต่อยอด และไม่ยึดติดกับความสำเร็จของผลิตภัณฑ์ตัวเดียวอีกด้วย



อันดับ 4 บริษัท ไทยวา จำกัด (มหาชน) 

                   

           เมื่อพูดชื่อบริษัท ไทยวา จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์แป้งมันสำปะหลัง และผู้นำตลาดผลิตภัณฑ์วุ้นเส้นสดและวุ้นเส้นแห้งในประเทศไทย อาจจะยังนึกภาพไม่ออกว่าบริษัทอะไร เหตุใดจึงมีคนเข้าดูติดเป็นลำดับที่ 4 กับเขาได้ แต่เมื่อบอกว่าเป็นแบรนด์ผลิตวุ้นเส้นตรากุหลาบ มังกรคู่ และกิเลนคู่ คงเริ่มร้อง “อ๋อ” กันบ้างใช่หรือไม่คะ ซึ่งที่จริงแล้วสินค้าในเครือไทยวายังมีเส้นก๋วยเตี๋ยวและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังอื่นๆ ด้วย จนสามารถพาบริษัทเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ในชื่อ TWPC ได้สำเร็จอย่างงดงาม     

           การพาบริษัทเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ได้สำเร็จ แปลว่ารายได้และการเติบโตต้องไม่ธรรมดา เพราะไม่เพียงเติบโตในไทยเท่านั้น แต่ในตลาดเพื่อนบ้านก็เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นด้วย ทั้งนี้ต้องยอมรับว่า TWPC เขาวางทิศทางบริษัทได้ดีทีเดียวค่ะ ด้วยการใช้กลยุทธ์จากการสร้างสรรค์นวัตกรรม จึงเห็นได้จากการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคอยู่บ่อยครั้ง หรือการสร้างความเป็นเลิศด้านการดำเนินงานที่ผ่านการจัดตั้งเครือข่ายเกษตรกรชาวไทยวา ในนามกลยุทธ์ Mobile Root Sourcing พร้อมติดตามบัญชีเกษตรกรของบริษัทในเชิงรุกเพื่อสร้างฐานการผลิตอย่างยั่งยืน และการขยายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาคอย่างมีแบบแผนที่ชัดเจนและมีศักยภาพ โดยจะเน้นสินค้า High Value-Added เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าในแต่ละประเทศ เช่น การขยายฐานลูกค้าในทวีปอเมริกาและยุโรปที่ต้องการความสะดวก ประหยัดเวลา ดีต่อสุขภาพ และมีอาหารรสชาติแบบเอเชีย จึงผลิตอาหารสำเร็จรูปขึ้นมาขาย

           การทำบริษัทให้เติบโตอย่างรวดเร็ว พร้อมการเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา จึงไม่แปลกใจเลยค่ะที่ใครๆ ก็อยากจะทำความรู้จักกับ TWPC มากขึ้น


อันดับ 5 บริษัท เกร๊ทเตอร์ฟาร์ม่า จำกัด                  

           แบรนด์สุดท้ายที่ติด TOP 5 ก็คือ บริษัท เกร๊ทเตอร์ฟาร์ม่า จำกัด แบรนด์ผลิต ตัวแทนนำเข้า และจัดจำหน่ายยาหลายชนิด เช่น ยาอมมายบาซิน ยาสีฟันพาโรดอนแทกซ์ เป็นต้น ซึ่งเป็นยาคุณภาพที่คนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ง่ายๆ ตามหลักการทำธุรกิจของเกร๊ทเตอร์ฟาร์ม่า

           ต้องยอมรับเลยค่ะว่า เกร๊ทเตอร์ฟาร์ม่า คือแบรนด์หนึ่งที่นำเอารางวัลหรือตราการันตีมาใช้ในการทำการตลาดได้อย่างดี ด้วยลักษณะของผลิตภัณฑ์ที่เป็นยาและเวชภัณฑ์ ความไว้ใจ ความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือจึงต้องมาก่อน ดังนั้นไม่ว่าจะเป็น GMP, ISO 9001, รางวัล FOYA 2016 จากสมาคม ISPE รวมถึง Thailand Trust Mark หรือ TMark จึงเป็นเครื่องมือในการสร้างความมั่นใจและไว้ใจให้กับผู้บริโภคได้ และแน่นอนว่าเมื่อติดตรามาตรฐานลงในบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ยาแล้ว ผู้คนก็ย่อมสงสัยเป็นธรรมดาว่าตราที่ติดคืออะไร มีความหมายว่าอย่างไรกันบ้าง ยิ่งกว่านั้นกลุ่มนักธุรกิจก็ย่อมมีคำถามด้วยว่าการที่แบรนด์ได้ตรารับรองมากขนาดนี้ต้องมีดีอะไรอย่างแน่นอน


           เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับ 5 บริษัทที่มียอดผู้เข้าชมสูงที่สุด TMark สังเกตได้ว่าแบรนด์ส่วนใหญ่มักเป็นแบรนด์พบเห็นกันอยู่แล้วในชีวิตประจำวัน ซึ่งแบรนด์เหล่านี้มักมีคู่แข่งไม่น้อยเลยทีเดียว และในสถานการณ์ปัจจุบันที่พบว่าคู่แข่งทางธุรกิจมีเพิ่มจำนวนมากขึ้นทุกวัน การเรียนรู้และการหาแรงบันดาลใจการทำธุรกิจของแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จและอยู่มาได้อย่างยาวนาน จึงเปรียบเสมือนกูรูชั้นเซียนที่ปรึกษาในการทำธุรกิจได้ตลอด 24 ชั่วโมงนั่นเองค่ะ


ขอเชิญทำแบบสอบถามสำรวจความพึงพอใจได้ที่นี่ https://forms.gle/GQNQFSpKTy74RSwS6

5 months

JOIN US

THE SIGN OF HEARTMADE QUALITY
FROM THAILAND TO THE WORLD

APPLY NOW

Applying T MARK
information contact

02-507-8266, 8274, 8287

(SERVICE HOURS: )

T MARK ONLINE
REGISTRATION CONTACT

063-535-3503

(SERVICE HOURS:

*This number can be used until September 2019)

HEARTMADE
QUALITY

FAIR
LABOUR

ENVIRONMENTAL
CONCERN

SOCIAL
RESPONSIBILITY